<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
		>
<channel>
	<title>ความเห็นบน: ลับขอบฟ้า ลากลับรัง</title>
	<atom:link href="http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
	<description>ไร้พรมแดน  และหมายรวมถึงการไม่มีซึ่งพรมแดนจริง</description>
	<lastBuildDate>Thu, 22 Jul 2010 02:29:18 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<item>
		<title>โดย: กอไผ่</title>
		<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comment-314</link>
		<dc:creator>กอไผ่</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2009 14:57:09 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://bordeure.info/?p=1506#comment-314</guid>
		<description>สวัสดีคะสมาชิกทุกท่าน
     กอไผ่เชื่อว่าข้อเขียนของทุกท่านก่อนนำเสนอได้ผ่านการคิดอย่างมีสติ(ฉลาดรับรู้-ฉลาดรับเอา,ฉลาดรับรู้-ฉลาดไม่รับเอา,ฉลาดไม่รับรู้-ฉลาดไม่รับเอา)และใช้สติ(คิดก่อนคิด,คิดก่อนพูด,คิดก่อนทำ)  แม้หยอกนิด  ตีกันบ้างเล็กน้อยก็คิดหักลบกลบหนี้พอดีกันไม่ว่าไร เพื่อนซี้....ไม่เสียสมดุล.....ยังมีความน่ารักอยู่(น่านับถือ,น่าเชื่อถือ,น่ายึดถือ)
      เราพูดเรื่องกากันพอหอมปากหอมคอแล้ว
ทีนี้มาพิจารณา&quot;มนุษย์&quot;กันบ้างดีไหม
มนุษย์คือใคร
สมดุลของมนุษย์อยู่ที่ไหน ...........ขอบคุณคะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีคะสมาชิกทุกท่าน<br />
     กอไผ่เชื่อว่าข้อเขียนของทุกท่านก่อนนำเสนอได้ผ่านการคิดอย่างมีสติ(ฉลาดรับรู้-ฉลาดรับเอา,ฉลาดรับรู้-ฉลาดไม่รับเอา,ฉลาดไม่รับรู้-ฉลาดไม่รับเอา)และใช้สติ(คิดก่อนคิด,คิดก่อนพูด,คิดก่อนทำ)  แม้หยอกนิด  ตีกันบ้างเล็กน้อยก็คิดหักลบกลบหนี้พอดีกันไม่ว่าไร เพื่อนซี้&#8230;.ไม่เสียสมดุล&#8230;..ยังมีความน่ารักอยู่(น่านับถือ,น่าเชื่อถือ,น่ายึดถือ)<br />
      เราพูดเรื่องกากันพอหอมปากหอมคอแล้ว<br />
ทีนี้มาพิจารณา&#8221;มนุษย์&#8221;กันบ้างดีไหม<br />
มนุษย์คือใคร<br />
สมดุลของมนุษย์อยู่ที่ไหน &#8230;&#8230;&#8230;..ขอบคุณคะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: bankngam</title>
		<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comment-311</link>
		<dc:creator>bankngam</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2009 19:17:30 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://bordeure.info/?p=1506#comment-311</guid>
		<description>กา =&gt; ภาษา =&gt; กลอน =&gt; ไพ่..., งานนี้เป้นกระทู้ที่หลุด Focus ที่สุดกระทู้หนึ่งของ bordeure ทีเดียว ผมว่าสนุกดีแต่อาจทำให้งานข้างต้นดูจะถูกละเลยไปอยู่มาก ดังนั้น ขออาสาพากลับมาเข้าสู่เรื่องของ &quot;กา&quot; ดีกว่าครับ
___

เอาเป้นว่า โดนส่วนตัว บทความอ.เต้ชัดเจน และ จบในตัวอยู่แล้ว, องก์รวมของเนื้อหา ช่างคงเส้นคงวาในการเล่นตลกร้ายกับสังคม (Irony satire) ด้วยภาพที่เรียบง่าย...
___

ประเด็นที่น่าสนใจจะขยายความคือ... คน และ กา(รวมถึงบรรดาสัตว์อื่นๆ) ต่างกันอย่างไรจึงทำให้ คนเราพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ ในขณะที่กาสงฆ์สาราสัตว์นานายังคงตอบสนองต่อสิ่งเร้าในการยังชีพเป็นสำคัญ ?

สำหรับคำถามนี้, นักวิวัฒนาการนิยม (Evolutionary school) &quot;น่าจะ&quot; ตอบในทำนองว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นมนุษย์ก็เสมือนสัตว์ชนิดหนึ่ง เราย่างเท้าไปบนความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเยี่ยงปุถุสัตว์ พึงกระทำยำแกง

ทว่า เมื่อเกิดการเรียนรู้อย่างค่อยเป้นค่อยไป ประกอบกับอุบัติเหตุทางประวัติศาสตรืบางอย่าง (เช่นมันบังเอิ๊ญญญญญ บังเอิญ คนทำเนื้อตกลงไปในไฟแล้วมันหอมดี เก็บได้นานเลยเกิดการถนอมอาหารเบื้องต้น เป็นต้น) คนก็เริ่มพัฒนาเทคโนโลยี(ดั้งเดิม) ขึ้นมา และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และอีกหลากหลายคำอธิบายที่อิงอยู่บนความบังเอิญในลักษณะเดียวกัน

การก้าวพ้นจุดวิกฤติ (Critical point) หรือ จุดคานงัด ดังกล่าวส่งผลให้พัมนาการของมนุษย์ก้าวล้ำเกินกว่าสัตว์อื่นใดที่เคยมีมา อาทิ การถนอมอาหารทำให้สุขภาวะการกินดีขึ้น =&gt; ส่งผลให้ชีวิตยืนยาว+ฉลาดขึ้น =&gt; จึงคิดค้นส่งต่อความรุ้จากรุ่นสู่รุ่นได้ดีขึ้นเยอะขึ้น =&gt;... เป้นต้น

ในอีกแง่หนึ่งแล้ว, ผมกลับไม่เชื่อแนวทางอธิบายเช่นว่านี้เสียเท่าไหร่นัก ทั้งนี้เพราะ &quot;มันพอดีจนเกินไป (Too suitable to believe)&quot; =&gt; ตีความโดยรวบรัด อาจกล่าวได้ว่า ผมเป็นนักเหตุผลนิยม และ พุทธศาสนิกชนที่เชื่อในพระผู้สร้างนั่นเอง

___

ทำไมผมจึงเชื่อเช่นนั้น, ผมจะหักล้างทฤษฎีวิวัมนาการณืนิยมตามแนวทางของดาร์วินด้วย ๒ เหตุผลสำคัญได้แก่

๑. กรณีนกหัวขวาน,
เราคงเคยได้ยินมาว่า ปลาวาฬเคยอยู่บนบกแล้ววันนึงก็หนีลงทะเลไป จากรุ่นสู่รุ่น จนกระทั่งเท้าได้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมจนกลายเป็นครีบบ้างหละ, สิ่งมีชีวิตทุกชนิดเกิดจากทะเลยและทยอยขึ้นมาอาศัยบนบกบ้างหละ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราเชื่อมาตลอดจากอิทธิพลของ วิทยาศาสตร์101 ที่เราเรียน

ปุจฉา: มีใครช่วยบอกสิ่งมีชีวิตซักชนิดหนึ่งได้บ้าง ที่เรามีหลักฐานหลังยุคประวัติศาสตร์ (มีการบันทึกเป้นทางการ มากกว่าการบอกเล่า หรือ คาดเดา) เป็นต้นมาหรือไม่? ที่ยืนยันได้อย่างหนักแน่นว่าเกิดการวิวัฒน์ตัวเองไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงดครงสร้างบางอย่าง

อ๊ะๆ อย่าสับสนกับการกลายพันธุ์ซึ่งเกิดจากเหตุภายนอก เช่น การเพี้ยนไปของสัตว์ซึ่งโดนคราบน้ำมัน เป้นต้น หรือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำรงชีพของสัตว์ นะครับ (การที่นกย้ายถิ่นคร่อมฤดู มันก็เป็นการปรับตัวในระดับพฤติกรรมซึ่งไม่ต่างอะไรจากการที่คนตัดเสิื่มาห่มกันหนาวหรอกครับ) เพราะนั่นไม่ได้หมายถึงการพัมนาตัวเองในนัยที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ขณะนี้

เท่าที่ผมนึกๆดูเห้นจะไม่มีหรอกนะครับ ไม่มีเลยตลอดหลายพันปีที่มีการบันทึกลายลักษณ์อักษร... ฤาเราสนุกกับนิยายวิทยาศาสตร์(ทฤษฎีวิวัมนาการ)อยู่เอ่ย?

เพื่อจะได้ชัดเจนลงไป เรามาดูนกหัวขวาน, นกหัวขวานเป้นการวิวัมฒาการแบบซับซ้อนเสียหน่อย หากจะเกิดขึ้นจริงๆ ทั้งนี้เพราะ นกหัวขวาญต้องมีสององค์ประกอบสำคัญได้แก่ ปากที่แกร่งพอจะรองรับการเจาะกระแทกด้วยแรงและควาถี่ที่สูงมากได้ กับกระโหลกศรีษะที่แข็งแรงพอจะรับการกระแทกที่ส่งผ่านมาจากการใช้ปากกระเทาะเปลือกไม้

หากปากวิวัฒนาการมาก่อน =&gt; กระโหลกนกหัวขวานจะแตกเมื่อมันใช้เจาะเปลือกไม้อย่างที่ันทำอยู่ปัจจุบัน ในทางกลับกัน หากกระโหลกมันพัฒนามาก่อน =&gt; ปากก็จะแตกเช่นเดียวกัน

ด้วยความน่าจะเป้นที่น้อยนิดที่ว่า สองอวัยวะได้พัฒนาขึ้นมาพร้อมกันดังนั้น ศรัทธาต่อสำนักคิดแบบวิวัฒนาการนิยมจึงอ่อนกำลังลงในความเห้นของผม

๒. ผมเชื่อว่าโลกนี้ไม่มีความบังเอิญ จะมีก็แต่พรหมลิขิต (ไม่ได้ตั้งใจโรแมนติก) หรือในภาษาของผมเรียกว่า &quot;กระแสธารของเหตุและผล&quot; ซึ่งไหลหลั่งอยู่อย่างไม่ขาดสาย และ ยากแก่การทัดทาน 

กล่าวคือ หากคุณลองพยายามอธิบายหน้าลูกเต๋าจากการเขย่าหนึ่งครั้ง แน่นอนคุณจะพบว่าความน่าจะเป้นมันอยู่ที่ ๑ ต่อ ๖ อย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าหากคุณขยายกรอบการพิจรณาไปสู่เรื่องของ + ความน่าจะเป้นที่คุณจะเป้นคนเข้า ความน่าจะเป้นที่คุณเลือกใช้ลูกเต๋าลูกนี้ + ความน่าจะเป้นที่คุณจะเขย่าเต๋าตอน ๑๐ โมง ๒ นาที... อย่างครอบคลุมแล้วคุณคิดว่ามันมีความน่าจะเป้นเพียงใดที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น คำตอบคือ limit to zero =&gt; ใกล้ศูนย์นั่นเอง

นี้เอง ผมจึงอยากสรุปว่า &quot;กา&quot; ยังไงก็ยังคงเป้นกา และ &quot;คน&quot; อย่างไรเสียก็ยังคงเป้นคน กาไม่มีวันเป้นแบบแผนการดำรงชีพเพื่อความสบายใน sense เดียวกับที่คนรู้สึกหรอกครับ มันไม่กล้าเพียงเพราะต้องการพิสูจน์ (เหมือนที่คนชอบทำ), ไม่มีวัน!!!

___

ปิดท้าย, ท่านรู้ไหมว่าเหตุใด กาจึงมีสีดำ ปกรนัมโบร่ำโบราณว่าไว้... นับแต่บรรพกาลนานจนมิอาจวัด กายังคงปกคลุมไปด้วยขนขาวผ่อง ด้วยฐานะบริวารแห่งเทพอะพอลโล เจ้าแห่งแสง, อยู่มาวันหนึ่ง กาได้โกหกปดเท็จแก่เทพอะพอลโล กาจึงถูกสาปให้คลุมกายไปด้วยสีดำสนิทนับแต่นั้นเป้นต้นมา</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>กา =&gt; ภาษา =&gt; กลอน =&gt; ไพ่&#8230;, งานนี้เป้นกระทู้ที่หลุด Focus ที่สุดกระทู้หนึ่งของ bordeure ทีเดียว ผมว่าสนุกดีแต่อาจทำให้งานข้างต้นดูจะถูกละเลยไปอยู่มาก ดังนั้น ขออาสาพากลับมาเข้าสู่เรื่องของ &#8220;กา&#8221; ดีกว่าครับ<br />
___</p>
<p>เอาเป้นว่า โดนส่วนตัว บทความอ.เต้ชัดเจน และ จบในตัวอยู่แล้ว, องก์รวมของเนื้อหา ช่างคงเส้นคงวาในการเล่นตลกร้ายกับสังคม (Irony satire) ด้วยภาพที่เรียบง่าย&#8230;<br />
___</p>
<p>ประเด็นที่น่าสนใจจะขยายความคือ&#8230; คน และ กา(รวมถึงบรรดาสัตว์อื่นๆ) ต่างกันอย่างไรจึงทำให้ คนเราพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ ในขณะที่กาสงฆ์สาราสัตว์นานายังคงตอบสนองต่อสิ่งเร้าในการยังชีพเป็นสำคัญ ?</p>
<p>สำหรับคำถามนี้, นักวิวัฒนาการนิยม (Evolutionary school) &#8220;น่าจะ&#8221; ตอบในทำนองว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นมนุษย์ก็เสมือนสัตว์ชนิดหนึ่ง เราย่างเท้าไปบนความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเยี่ยงปุถุสัตว์ พึงกระทำยำแกง</p>
<p>ทว่า เมื่อเกิดการเรียนรู้อย่างค่อยเป้นค่อยไป ประกอบกับอุบัติเหตุทางประวัติศาสตรืบางอย่าง (เช่นมันบังเอิ๊ญญญญญ บังเอิญ คนทำเนื้อตกลงไปในไฟแล้วมันหอมดี เก็บได้นานเลยเกิดการถนอมอาหารเบื้องต้น เป็นต้น) คนก็เริ่มพัฒนาเทคโนโลยี(ดั้งเดิม) ขึ้นมา และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และอีกหลากหลายคำอธิบายที่อิงอยู่บนความบังเอิญในลักษณะเดียวกัน</p>
<p>การก้าวพ้นจุดวิกฤติ (Critical point) หรือ จุดคานงัด ดังกล่าวส่งผลให้พัมนาการของมนุษย์ก้าวล้ำเกินกว่าสัตว์อื่นใดที่เคยมีมา อาทิ การถนอมอาหารทำให้สุขภาวะการกินดีขึ้น =&gt; ส่งผลให้ชีวิตยืนยาว+ฉลาดขึ้น =&gt; จึงคิดค้นส่งต่อความรุ้จากรุ่นสู่รุ่นได้ดีขึ้นเยอะขึ้น =&gt;&#8230; เป้นต้น</p>
<p>ในอีกแง่หนึ่งแล้ว, ผมกลับไม่เชื่อแนวทางอธิบายเช่นว่านี้เสียเท่าไหร่นัก ทั้งนี้เพราะ &#8220;มันพอดีจนเกินไป (Too suitable to believe)&#8221; =&gt; ตีความโดยรวบรัด อาจกล่าวได้ว่า ผมเป็นนักเหตุผลนิยม และ พุทธศาสนิกชนที่เชื่อในพระผู้สร้างนั่นเอง</p>
<p>___</p>
<p>ทำไมผมจึงเชื่อเช่นนั้น, ผมจะหักล้างทฤษฎีวิวัมนาการณืนิยมตามแนวทางของดาร์วินด้วย ๒ เหตุผลสำคัญได้แก่</p>
<p>๑. กรณีนกหัวขวาน,<br />
เราคงเคยได้ยินมาว่า ปลาวาฬเคยอยู่บนบกแล้ววันนึงก็หนีลงทะเลไป จากรุ่นสู่รุ่น จนกระทั่งเท้าได้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมจนกลายเป็นครีบบ้างหละ, สิ่งมีชีวิตทุกชนิดเกิดจากทะเลยและทยอยขึ้นมาอาศัยบนบกบ้างหละ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราเชื่อมาตลอดจากอิทธิพลของ วิทยาศาสตร์101 ที่เราเรียน</p>
<p>ปุจฉา: มีใครช่วยบอกสิ่งมีชีวิตซักชนิดหนึ่งได้บ้าง ที่เรามีหลักฐานหลังยุคประวัติศาสตร์ (มีการบันทึกเป้นทางการ มากกว่าการบอกเล่า หรือ คาดเดา) เป็นต้นมาหรือไม่? ที่ยืนยันได้อย่างหนักแน่นว่าเกิดการวิวัฒน์ตัวเองไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงดครงสร้างบางอย่าง</p>
<p>อ๊ะๆ อย่าสับสนกับการกลายพันธุ์ซึ่งเกิดจากเหตุภายนอก เช่น การเพี้ยนไปของสัตว์ซึ่งโดนคราบน้ำมัน เป้นต้น หรือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำรงชีพของสัตว์ นะครับ (การที่นกย้ายถิ่นคร่อมฤดู มันก็เป็นการปรับตัวในระดับพฤติกรรมซึ่งไม่ต่างอะไรจากการที่คนตัดเสิื่มาห่มกันหนาวหรอกครับ) เพราะนั่นไม่ได้หมายถึงการพัมนาตัวเองในนัยที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ขณะนี้</p>
<p>เท่าที่ผมนึกๆดูเห้นจะไม่มีหรอกนะครับ ไม่มีเลยตลอดหลายพันปีที่มีการบันทึกลายลักษณ์อักษร&#8230; ฤาเราสนุกกับนิยายวิทยาศาสตร์(ทฤษฎีวิวัมนาการ)อยู่เอ่ย?</p>
<p>เพื่อจะได้ชัดเจนลงไป เรามาดูนกหัวขวาน, นกหัวขวานเป้นการวิวัมฒาการแบบซับซ้อนเสียหน่อย หากจะเกิดขึ้นจริงๆ ทั้งนี้เพราะ นกหัวขวาญต้องมีสององค์ประกอบสำคัญได้แก่ ปากที่แกร่งพอจะรองรับการเจาะกระแทกด้วยแรงและควาถี่ที่สูงมากได้ กับกระโหลกศรีษะที่แข็งแรงพอจะรับการกระแทกที่ส่งผ่านมาจากการใช้ปากกระเทาะเปลือกไม้</p>
<p>หากปากวิวัฒนาการมาก่อน =&gt; กระโหลกนกหัวขวานจะแตกเมื่อมันใช้เจาะเปลือกไม้อย่างที่ันทำอยู่ปัจจุบัน ในทางกลับกัน หากกระโหลกมันพัฒนามาก่อน =&gt; ปากก็จะแตกเช่นเดียวกัน</p>
<p>ด้วยความน่าจะเป้นที่น้อยนิดที่ว่า สองอวัยวะได้พัฒนาขึ้นมาพร้อมกันดังนั้น ศรัทธาต่อสำนักคิดแบบวิวัฒนาการนิยมจึงอ่อนกำลังลงในความเห้นของผม</p>
<p>๒. ผมเชื่อว่าโลกนี้ไม่มีความบังเอิญ จะมีก็แต่พรหมลิขิต (ไม่ได้ตั้งใจโรแมนติก) หรือในภาษาของผมเรียกว่า &#8220;กระแสธารของเหตุและผล&#8221; ซึ่งไหลหลั่งอยู่อย่างไม่ขาดสาย และ ยากแก่การทัดทาน </p>
<p>กล่าวคือ หากคุณลองพยายามอธิบายหน้าลูกเต๋าจากการเขย่าหนึ่งครั้ง แน่นอนคุณจะพบว่าความน่าจะเป้นมันอยู่ที่ ๑ ต่อ ๖ อย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าหากคุณขยายกรอบการพิจรณาไปสู่เรื่องของ + ความน่าจะเป้นที่คุณจะเป้นคนเข้า ความน่าจะเป้นที่คุณเลือกใช้ลูกเต๋าลูกนี้ + ความน่าจะเป้นที่คุณจะเขย่าเต๋าตอน ๑๐ โมง ๒ นาที&#8230; อย่างครอบคลุมแล้วคุณคิดว่ามันมีความน่าจะเป้นเพียงใดที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น คำตอบคือ limit to zero =&gt; ใกล้ศูนย์นั่นเอง</p>
<p>นี้เอง ผมจึงอยากสรุปว่า &#8220;กา&#8221; ยังไงก็ยังคงเป้นกา และ &#8220;คน&#8221; อย่างไรเสียก็ยังคงเป้นคน กาไม่มีวันเป้นแบบแผนการดำรงชีพเพื่อความสบายใน sense เดียวกับที่คนรู้สึกหรอกครับ มันไม่กล้าเพียงเพราะต้องการพิสูจน์ (เหมือนที่คนชอบทำ), ไม่มีวัน!!!</p>
<p>___</p>
<p>ปิดท้าย, ท่านรู้ไหมว่าเหตุใด กาจึงมีสีดำ ปกรนัมโบร่ำโบราณว่าไว้&#8230; นับแต่บรรพกาลนานจนมิอาจวัด กายังคงปกคลุมไปด้วยขนขาวผ่อง ด้วยฐานะบริวารแห่งเทพอะพอลโล เจ้าแห่งแสง, อยู่มาวันหนึ่ง กาได้โกหกปดเท็จแก่เทพอะพอลโล กาจึงถูกสาปให้คลุมกายไปด้วยสีดำสนิทนับแต่นั้นเป้นต้นมา</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: smileykid</title>
		<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comment-310</link>
		<dc:creator>smileykid</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2009 18:36:03 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://bordeure.info/?p=1506#comment-310</guid>
		<description>เอ่อ..ภาษาพันธุ์ทิพย์ เขาเรียกว่า กระทู้กลายพันธุ์ ฮาๆ

แต่ละคนก็มีเอกลักษณ์ในการสื่อสารต่างกันไป ผมชอบนะครับกับการได้อ่านบทความที่มีภาษาและวิธีการสืื่อสารที่แปลกใหม่ ตราบใดที่มันยังทำหน้าที่สื่อสารสิ่งที่ผู้เขียนผู้นั้นต้องการจะสื่อสารให้แก่ผู้อ่านได้ดีอยู่</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เอ่อ..ภาษาพันธุ์ทิพย์ เขาเรียกว่า กระทู้กลายพันธุ์ ฮาๆ</p>
<p>แต่ละคนก็มีเอกลักษณ์ในการสื่อสารต่างกันไป ผมชอบนะครับกับการได้อ่านบทความที่มีภาษาและวิธีการสืื่อสารที่แปลกใหม่ ตราบใดที่มันยังทำหน้าที่สื่อสารสิ่งที่ผู้เขียนผู้นั้นต้องการจะสื่อสารให้แก่ผู้อ่านได้ดีอยู่</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: macci</title>
		<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comment-309</link>
		<dc:creator>macci</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2009 15:49:21 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://bordeure.info/?p=1506#comment-309</guid>
		<description>อยากเล่นไพ่ เสียจริง ไม่ติงนัง
เสียกะตัง เท่าไหร่ ไม่หวั่นไหว
นั่งข้างเป้ง นั่งข้างแบงค์ ไม่หวั่นใจ
นั่งกับเต้ ทีไร ไอหมดตัว

สรุปว่าไอ้ที่ผมบอกคุณเป้งว่าอยากเล่นไพ่ เลยมาชวนกันในเวบดื้อๆ อย่างงี้เลย
(หัวข้อนี้กลายเป็นอะไรไปแล้ว)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อยากเล่นไพ่ เสียจริง ไม่ติงนัง<br />
เสียกะตัง เท่าไหร่ ไม่หวั่นไหว<br />
นั่งข้างเป้ง นั่งข้างแบงค์ ไม่หวั่นใจ<br />
นั่งกับเต้ ทีไร ไอหมดตัว</p>
<p>สรุปว่าไอ้ที่ผมบอกคุณเป้งว่าอยากเล่นไพ่ เลยมาชวนกันในเวบดื้อๆ อย่างงี้เลย<br />
(หัวข้อนี้กลายเป็นอะไรไปแล้ว)</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: Vice Versa</title>
		<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comment-308</link>
		<dc:creator>Vice Versa</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2009 05:38:39 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://bordeure.info/?p=1506#comment-308</guid>
		<description>จะมองจันทร์ ไปไย ไอ้เพื่อนเอ๋ย
เดือนมิเคย ทุเลา เหงาเศร้าให้
สุกสกาว พราวพร่างเพ็ญ พาลเข็ญใจ
มาตรมืดไว้ ใครเลย จักบรรเทา
-------------------------------------------------------------------------
หากเพื่อนรัก ผู้วิเศษ เหงาเช่นนี้
ตัวข้ามี ข้อเสนอ มามอบให้
มาพบปะ พูดคุย กันเป็นไร
ทั้งเล่นไพ่ แดกเงิน สนุกจริง
--------------------------------------------------------------------------
ครั้งที่แล้ว นั่งข้างแบงค์ ข้าฯแสนสุข
เพราะเกือบทุก ตานั้น กินห้าบาท
แต่ก็ด้วย ตัวข้า มีมารยาท
มอบทุกบาท เป็นค่าที่ ให้เตรียมบอย 
-------------------------------------------------------------------------

(ปล. ผู้อำนวยสถานที่กินเรียบ)

55555

เอากะเขาดิเอ้อ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>จะมองจันทร์ ไปไย ไอ้เพื่อนเอ๋ย<br />
เดือนมิเคย ทุเลา เหงาเศร้าให้<br />
สุกสกาว พราวพร่างเพ็ญ พาลเข็ญใจ<br />
มาตรมืดไว้ ใครเลย จักบรรเทา<br />
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
หากเพื่อนรัก ผู้วิเศษ เหงาเช่นนี้<br />
ตัวข้ามี ข้อเสนอ มามอบให้<br />
มาพบปะ พูดคุย กันเป็นไร<br />
ทั้งเล่นไพ่ แดกเงิน สนุกจริง<br />
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;<br />
ครั้งที่แล้ว นั่งข้างแบงค์ ข้าฯแสนสุข<br />
เพราะเกือบทุก ตานั้น กินห้าบาท<br />
แต่ก็ด้วย ตัวข้า มีมารยาท<br />
มอบทุกบาท เป็นค่าที่ ให้เตรียมบอย<br />
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
<p>(ปล. ผู้อำนวยสถานที่กินเรียบ)</p>
<p>55555</p>
<p>เอากะเขาดิเอ้อ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: macci</title>
		<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comment-306</link>
		<dc:creator>macci</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2009 17:16:56 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://bordeure.info/?p=1506#comment-306</guid>
		<description>วันนี้มาแนวโมแรนติกซะด้วย = =&quot;
เพราะดีครับ แต่ว่าช่วงนี้สงสัยจะเหงามากไปละมั้งจารย์</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้มาแนวโมแรนติกซะด้วย = =&#8221;<br />
เพราะดีครับ แต่ว่าช่วงนี้สงสัยจะเหงามากไปละมั้งจารย์</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: bankngam</title>
		<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comment-305</link>
		<dc:creator>bankngam</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2009 19:51:23 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://bordeure.info/?p=1506#comment-305</guid>
		<description>ช่วงนี้ไม่ได้ว่าง... แต่ว่าคงมองจันทร์มากไปหน่อย
...

เสียดายที่ฟ้าไม่มีดาว... จันทร์จึงยิ้มเศร้าและเราเขียนกลอนได้ไม่สดใสนัก
อยากรู้จังจันทร์จะเหงาไหมท่ามกลางหมู่ดาวมากมาย?
น่าจะเหงานะ...
เราไม่เคยแน่ใจว่าพระจันทร์มีความสุขโดยปราศจากดาวเลย
ครั้งเดียวเท่านั้นที่เรามั่นใจว่าจันทร์คงสุขล้น คือวันที่เราได้เห็นดาวน้อยๆ มาเคียงจันทร์
หรือเราคิดไปเองว่าดาวน้อยๆสองดวงนั้นเหมือนตาวาววับอย่างเด็กอยากรู้อยากเห็น?
...

หรือเป็นเราที่เหงากันแน่ เหงาท่ามกลางผู้คนมากมาย?</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ไม่ได้ว่าง&#8230; แต่ว่าคงมองจันทร์มากไปหน่อย<br />
&#8230;</p>
<p>เสียดายที่ฟ้าไม่มีดาว&#8230; จันทร์จึงยิ้มเศร้าและเราเขียนกลอนได้ไม่สดใสนัก<br />
อยากรู้จังจันทร์จะเหงาไหมท่ามกลางหมู่ดาวมากมาย?<br />
น่าจะเหงานะ&#8230;<br />
เราไม่เคยแน่ใจว่าพระจันทร์มีความสุขโดยปราศจากดาวเลย<br />
ครั้งเดียวเท่านั้นที่เรามั่นใจว่าจันทร์คงสุขล้น คือวันที่เราได้เห็นดาวน้อยๆ มาเคียงจันทร์<br />
หรือเราคิดไปเองว่าดาวน้อยๆสองดวงนั้นเหมือนตาวาววับอย่างเด็กอยากรู้อยากเห็น?<br />
&#8230;</p>
<p>หรือเป็นเราที่เหงากันแน่ เหงาท่ามกลางผู้คนมากมาย?</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: bankngam</title>
		<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comment-304</link>
		<dc:creator>bankngam</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2009 19:40:27 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://bordeure.info/?p=1506#comment-304</guid>
		<description>โคลงฉันท์กาพย์กลอนอักษรศัพท์
เพียงพักเพ่งพิศคิดฉงน
ยาก-เพราะ-ง่ายเพียงมาตรปัจเจกชน
ใยยลชมเชยเลยเถิดกัน
...
กาลล่วงลาเลยไม่เคยพัก
ว่างวรรคเว้นไว้ใช้เสพสันต์
สุขทุกข์ปลดได้ (บางวัน)
โลกย์พลันชะลอเราเพลาช้าลง
...

The sun give us light 
but the moon provides inspiration
if you look at the sun
without shielding your eyes
you will go blind
if you look at the moon
without cover your eyes
you will become a poet.
(-Serge Bouchaard, l&#039; homme descend de l&#039;ourse)
...

อาทิตยาอาสาส่องแสงแจ้งฟ้า
จัทราแจ่มจรัสจ้าเจิดบรรดาลจิต
เพียงพิศเพ่งเล็งจ้องต้องสุริยา
นัยย์เปลือยเปลื้องถึงคราลับดับดำ
แม้นมองเหม่อหมายจันทร์น่าขันนัก
เนตรนั้นจัก ชักนำทำกวี
(บทแปล: Serge Bouchaard, l&#039; homme descend de l&#039;ourse)
...</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>โคลงฉันท์กาพย์กลอนอักษรศัพท์<br />
เพียงพักเพ่งพิศคิดฉงน<br />
ยาก-เพราะ-ง่ายเพียงมาตรปัจเจกชน<br />
ใยยลชมเชยเลยเถิดกัน<br />
&#8230;<br />
กาลล่วงลาเลยไม่เคยพัก<br />
ว่างวรรคเว้นไว้ใช้เสพสันต์<br />
สุขทุกข์ปลดได้ (บางวัน)<br />
โลกย์พลันชะลอเราเพลาช้าลง<br />
&#8230;</p>
<p>The sun give us light<br />
but the moon provides inspiration<br />
if you look at the sun<br />
without shielding your eyes<br />
you will go blind<br />
if you look at the moon<br />
without cover your eyes<br />
you will become a poet.<br />
(-Serge Bouchaard, l&#8217; homme descend de l&#8217;ourse)<br />
&#8230;</p>
<p>อาทิตยาอาสาส่องแสงแจ้งฟ้า<br />
จัทราแจ่มจรัสจ้าเจิดบรรดาลจิต<br />
เพียงพิศเพ่งเล็งจ้องต้องสุริยา<br />
นัยย์เปลือยเปลื้องถึงคราลับดับดำ<br />
แม้นมองเหม่อหมายจันทร์น่าขันนัก<br />
เนตรนั้นจัก ชักนำทำกวี<br />
(บทแปล: Serge Bouchaard, l&#8217; homme descend de l&#8217;ourse)<br />
&#8230;</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: macci</title>
		<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comment-303</link>
		<dc:creator>macci</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Jun 2009 18:02:11 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://bordeure.info/?p=1506#comment-303</guid>
		<description>เป็นครั้งแรกที่อ่าน Comment ของเต้แล้วรู้สึกว่ามันน่าสนใจ อ่านง่าย และมีลีลาภาษาจัดจ้าน ผมคิดว่า ในที่สุด, เต้สามารถสร้างเอกลักษณ์ในภาษาให้กับงานเขียนของตัวเอง โดยไม่ทำให้เนื้อหาถูกละเลยโดยผู้อ่านขี้เกียจอย่างผม (ถึงผมจะอ่านทุกตัวอักษร แต่ก็ขี้เกียจที่จะมานั่งตีความภาษาที่ซับซ้อนกับผลงานในอดีตของคุณ) ส่วนเป้ง วิธีการเขียนแบบเพื่อนนั่งจ้องหน้าคุยกันก็เป็นอะไรที่อ่านแล้วสบายใจ เป็นกันเอง และดูไม่เสียดสี 100%

ปล. กลอนของ&#039;จารย์แบงค์ เพราะจัง ท่าทางจะว่างเหมือนกันนะครับช่วงนี้ 555
ปอ. มันดูน่าตลกดีเหมือนกันที่เวลาเราเจอหน้ากันในนี้ เราทำตัวเป็นสุภาพชน ถ้าเจอกันข้างนอกก็.. 555
ปฮ. ขอโทษอย่างสุดซึ้งที่ทำให้หัวข้อ Comment ต่อๆ มากลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับสำนวนภาษา ยังไงอย่าลืม Comment เนื้อหากันต่อด้วยนะครับ เดี๋ยวเต้จะท้อ เลิกเขียนไปซะก่อน</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นครั้งแรกที่อ่าน Comment ของเต้แล้วรู้สึกว่ามันน่าสนใจ อ่านง่าย และมีลีลาภาษาจัดจ้าน ผมคิดว่า ในที่สุด, เต้สามารถสร้างเอกลักษณ์ในภาษาให้กับงานเขียนของตัวเอง โดยไม่ทำให้เนื้อหาถูกละเลยโดยผู้อ่านขี้เกียจอย่างผม (ถึงผมจะอ่านทุกตัวอักษร แต่ก็ขี้เกียจที่จะมานั่งตีความภาษาที่ซับซ้อนกับผลงานในอดีตของคุณ) ส่วนเป้ง วิธีการเขียนแบบเพื่อนนั่งจ้องหน้าคุยกันก็เป็นอะไรที่อ่านแล้วสบายใจ เป็นกันเอง และดูไม่เสียดสี 100%</p>
<p>ปล. กลอนของ&#8217;จารย์แบงค์ เพราะจัง ท่าทางจะว่างเหมือนกันนะครับช่วงนี้ 555<br />
ปอ. มันดูน่าตลกดีเหมือนกันที่เวลาเราเจอหน้ากันในนี้ เราทำตัวเป็นสุภาพชน ถ้าเจอกันข้างนอกก็.. 555<br />
ปฮ. ขอโทษอย่างสุดซึ้งที่ทำให้หัวข้อ Comment ต่อๆ มากลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับสำนวนภาษา ยังไงอย่าลืม Comment เนื้อหากันต่อด้วยนะครับ เดี๋ยวเต้จะท้อ เลิกเขียนไปซะก่อน</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: triamboy</title>
		<link>http://bordeure.info/2009/06/06/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comment-302</link>
		<dc:creator>triamboy</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Jun 2009 17:32:24 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://bordeure.info/?p=1506#comment-302</guid>
		<description>ขอขอบใจอีกครั้ง. 

อย่างเห็นได้ชัด, ข้าพเจ้าไม่ได้หมายความว่างานเขียนของข้าพเจ้าจะมีปัญหายิ่งใหญ่ขนาดที่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง. อย่างเช่น, การเขียนเหมือนกับที่คนเรานั่งลงแล้วคุยกันมากขึ้น. นี่อาจจะหมายถึง &quot;ใช่&quot;, ถ้าข้าพเจ้าต้องการความเพลิดเพลินไหลลื่นแบบภาษาทั่วไปเสียอย่างเดียวเท่านั้น. ทั้งหมดข้างต้น คือ ต้นทุน(การกระทำ)การเข้าถึงการเขียนเท่านั้น.

ต่อจากนั้น, งานเขียนสามารถแสดงออกมาเช่นใดคงต้องขึ้นกับการสั่งสมในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง, ต้นทุนสะสม,  รวมถึงประสบการณ์ของผู้เขียนเอง. ส่วนหนึ่งที่กล่าวมานั่นคือ ความสม่ำเสมอที่คุณ vice versa พูดถึง!!!

การเขียนจะสามารถสร้างจินตนาการ  หรือความคาดหวังของทั้งผู้เขียนเอง และผู้อ่านในรูปแบบใดนั้น, ไม่สามารถคาดเดาได้อย่างชัดเจน เสมือน &quot;ศิลปะ&quot;. แต่อย่างน้อยทีสุดของศิลปะ, ลักษณะเหมือนกันของสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งที่มีชิวิต และไม่มีชีวิต คือ การตอบสนอง, รวมถึงการไร้ซึ่งความรู้สึกต่อสิ่งนั้น, ในบริบทของแต่ละคน, รวมถึงมุมมองหลังการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส.

ดังนั้น, การเขียนเหมือนกับที่คนเรานั่งลงแล้วคุยกันมากขึ้นจึงเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งของทั้งหมดเท่านั้น และไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเดินตามทางนี้โดยปราศจากการถามตัวเองก่อนตัดสินใจออกเดินทาง.

เพราะนั้นอาจนำไปสู่การถดถอย และเสื่อมไปของศิลปะนั้นเอง.

ดำเนินต่อไป...ศิลปะทุนนิยม และสังคมนิยม
จงเริ่มดำเนิน...ศิลปะจรรยานิยม</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอขอบใจอีกครั้ง. </p>
<p>อย่างเห็นได้ชัด, ข้าพเจ้าไม่ได้หมายความว่างานเขียนของข้าพเจ้าจะมีปัญหายิ่งใหญ่ขนาดที่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง. อย่างเช่น, การเขียนเหมือนกับที่คนเรานั่งลงแล้วคุยกันมากขึ้น. นี่อาจจะหมายถึง &#8220;ใช่&#8221;, ถ้าข้าพเจ้าต้องการความเพลิดเพลินไหลลื่นแบบภาษาทั่วไปเสียอย่างเดียวเท่านั้น. ทั้งหมดข้างต้น คือ ต้นทุน(การกระทำ)การเข้าถึงการเขียนเท่านั้น.</p>
<p>ต่อจากนั้น, งานเขียนสามารถแสดงออกมาเช่นใดคงต้องขึ้นกับการสั่งสมในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง, ต้นทุนสะสม,  รวมถึงประสบการณ์ของผู้เขียนเอง. ส่วนหนึ่งที่กล่าวมานั่นคือ ความสม่ำเสมอที่คุณ vice versa พูดถึง!!!</p>
<p>การเขียนจะสามารถสร้างจินตนาการ  หรือความคาดหวังของทั้งผู้เขียนเอง และผู้อ่านในรูปแบบใดนั้น, ไม่สามารถคาดเดาได้อย่างชัดเจน เสมือน &#8220;ศิลปะ&#8221;. แต่อย่างน้อยทีสุดของศิลปะ, ลักษณะเหมือนกันของสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งที่มีชิวิต และไม่มีชีวิต คือ การตอบสนอง, รวมถึงการไร้ซึ่งความรู้สึกต่อสิ่งนั้น, ในบริบทของแต่ละคน, รวมถึงมุมมองหลังการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส.</p>
<p>ดังนั้น, การเขียนเหมือนกับที่คนเรานั่งลงแล้วคุยกันมากขึ้นจึงเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งของทั้งหมดเท่านั้น และไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเดินตามทางนี้โดยปราศจากการถามตัวเองก่อนตัดสินใจออกเดินทาง.</p>
<p>เพราะนั้นอาจนำไปสู่การถดถอย และเสื่อมไปของศิลปะนั้นเอง.</p>
<p>ดำเนินต่อไป&#8230;ศิลปะทุนนิยม และสังคมนิยม<br />
จงเริ่มดำเนิน&#8230;ศิลปะจรรยานิยม</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
