triamboy
ในยามว่างวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างวันอาทิตย์นี้, ผู้เขียนได้ใช้เวลากลับมาทบทวนบทเรียนในอดีต, อย่างเศรษฐมิติประยุกต์, เลยเลือกเอาบทเรียนเรื่องแบบจำลอง VAR ขึ้นมาทบทวน. แบบจำลองนี้ คือ แบบจำลองทางเศรษฐมิติที่ใช้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ โดยไม่ต้องทราบรูปแบบความสัมพันธ์ของตัวแปรมาก่อนล่วงหน้า, แต่ใช้้อมูลในอดีตของตัวแปรเหล่านั้นมาหาความสัมพันธ์กัน โดยตัวแปรภายใน (Endogenous Variable) หนึ่งตัวจะขึ้นอยู่กับค่าในอดีตของตัวเองและตัวแปรภายในตัวอื่นอื่น, และค่าในปัจจุบันของตัวแปรภายนอก. ในชั้นเรียนนี้, ข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมห้องได้มีโอกาสสร้างแบบจำลองขึ้นมาโดยคัดลอง ปรับแต่ง และใช้ข้อมูลปัจจุบัน, ซึ่งทำให้พวกเาเข้าใจเครื่องมือนี้มากขึ้น. มากกว่านั้น, ทำให้เราทราบข้อเท็จจริงจากข้อมูลในประเด็นที่นำมาใช้ในการสร้างแบบจำลองนี้, ในกรณีของข้าพเจ้าได้รับรู้ความเป็นไปของดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทย.
จากการจำลองดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทยตามกรอบการศึกษาของ ดร. ชญาวดี ชัยอนันต์ และนางสาวอุบลรัตน์ จันทรังษ์ เรื่องการปรับตัวของดุลบัญชีเดินสะพัดและการตอบสนองต่อเครื่องมือนโยบาย, พบว่า
- สมมติเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวอย่างเหมาะสมประมาณร้อยละ 6 – 7 ต่อปี, ดุลบัญชีเดินสะพัดจะเริ่มขาดดุลในปี 2550 เป็นต้นไป และถ้าหากเศรษฐกิจไทยขยายตัวเกินกว่าอัตราดังกล่าว, คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเริ่มขาดดุลก่อนหน้าเวลาดังกล่าว.
- ปัจจัยที่สำคัญต่อการปรับตัวของดุลบัญชีเดินสะพัด ได้แก่ เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า, อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง, และอัตราการค้าระหว่างประเทศ.
- การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวไม่ใช่ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกะทบต่อ ดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทย.
- การเปลี่ยนแปลงในอัตราแลกเปลี่ยนมีผลกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัด เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ในลักษณะเป็นไปในทางเดียวกัน ซึ่งพบว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลมากกว่าการเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ย ดังนั้น การแก้ไขและป้องกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงในดุลบัญชีเดินสะพัดควรสนใจตัวอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวมากกว่าอัตราดอกเบี้ย
รายงานฉบับเต็ม full version download

ท่าทางคนคอมเมนต์จะห่างหายจากการเรียนมานานเกินนน…
“บัญชีเดินสะพัด” คืออะไรหว่า..
hey! wuun you bias waa, comment only Triamboy column ni 555
ผมว่า ตัวบทความน่าสนใจ แต่ไม่เท่าชื่อบทความครับ
อยากให้เตรียมบอย ขยายความถึง นัยยะ ที่ได้ใช้คำว่า “ของที่ตั้งประเทศไทย” ครับ
คิดอะไีรอยู่ รู้อะไรมา เล่าให้ฟังหน่อยครับ
“ที่ตั้งประเทศไทย”
ที่ตั้งประเทศไทยเป็นคำที่ถูกข้าพเจ้าใช้นิยามแทนคำว่าประเทศไทย หรือไทยในความเข้าใจของคนส่วนใหญ่มาพักตั้งแต่เริ่มการเขียนที่นี่. หากสังเกตบทความก่อนหน้าของข้าพเจ้า, คุณสามารถเจอ “ที่ตั้งประเทศไทย” ได้อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยง ถ้าบทความนั้นเกี่ยวข้องกับประเทศเทศไทยในความเข้าใจของท่าน.
ด้วยความพยายามของมนุษยชาติจากแรงกระตุ้นภายในของสัญญาตญาณความละโมภกอบโกย, ความสามารถในการติดตามตัว (mobility) บนต้นทุนที่ตำ่ทั้ง เงินทุนที่น้อยลง, เวลาที่น้อยลง, จำนวนคนที่น้อยลง, การจัดการที่ง่ายขึ้น, หรือเครื่องจักรที่ควบคุมตนเองได้มากขึ้น เป็นต้น. สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ และอีกมากมายที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ล้วนแต่เป็นตัวกำหนดโครงสร้างโลกปัจจุบันขึ้น, โลกที่ซึ่งอย่างน้อยที่สุด พรมแดนทางภูมิศาสตร์เกือบไม่มีบทบาทสำคัญกำหนดความสัมพันธ์อีกต่อไป.
ดังนั้น
ที่ตั้งประเทศไทย = ขอบเขตภูมิประเทศที่กำหนดไว้ให้ถูกเรียกว่าประเทศไทย หรือราชอาณาจักรไทยที่เคยรู้จัก.
มากกว่านั้น
ที่ตั้งประเทศไทย = ที่ตั้งของชนหลายชาติ.
ที่ตั้งประเทศไทย = ที่ตั้งของต้นไม้นานาพันธ์.
ที่ตั้งประเทศไทย = ที่ตั้งของสัตว์นานาชนิด.
ที่ตั้งประเทศไทย = ที่ตั้งของเครื่องจักรหลายประเภท.
ที่ตั้งประเทศไทย = ที่ตั้งของโรงงานรถหลากยี่ห้อ.
ที่ตั้งประเทศไทย = ที่ตั้งของบ้านพักชนนานาชาติวัยเกษียณ.
ที่ตั้งประเทศไทย = ที่ตั้งของชนไทยรับจ้างส่วนใหญ่.
ที่ตั้งประเทศไทย = ที่ตั้งของชนไทยส่วนใหญ่ที่ออกไปกอบโกยไม่ได้.
ที่ตั้งประเทศไทย = ที่ตั้งของชนพม่าที่เข้ามาโกบโกย และรับจ้างแทนชนไทยที่เริ่มอ่อนแอจากอาชีพพื้นฐาน.
ที่ตั้งประเทศไทย = ที่ตั้งที่รวมความเป็นไปได้หลายประการอย่างหลากหลายจากความสามารถในการติดตามตัวของสรรพสิ่ง, ซึ่งไม่ต่างจากนานาประเทศ เพียงแต่สัดส่วนของแต่ละความเป็นไปได้แตกต่างกันตามกาล.
==================================================
ที่ตั้งประเทศไทย = ขอบเขตภูมิประเทศที่กำหนดไว้ให้ถูกเรียกว่าราชอาณาจักรไทยที่เคยรู้จัก.
==================================================
ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ หายสงสัยครับ
(เตลิด)
คำว่า ประเทศไทย ก็คือชื่อ คือ การสมมุติขึ้นว่า บริเวณที่ตั้งนั้น คือ ประเทศชื่อว่า ไทย มีคนหน้าตาเผ่าพันธุ์เลาๆนี้ มีวัฒนธรรมเลาๆนี้
เมื่อชาติเป็นสิ่งสมมุติแล้วการกระทำเพื่อชาติเล่า เป็นสิ่งสมมุติหรือไม่ แล้วการโกงชาติเล่า
จริงๆแล้ว ดาวศุกร์ ก็คือ ดาวดวงหนึ่ง แต่ก็มีการสมมุติให้ชื่อ ว่า ศุกร์
ส่วน วันจันทร์ อังคาร บลาๆๆ ก็ถูกสมมุติให้ชื่อไปอย่างนั้น
และก็มีการสมมุติเพิ่มอีกว่า หนึ่งสัปดาห์มี เจ็ดวัน หนึ่งปีมี สิบสองเดือน หนึ่งเดือน มีสามสิบวันบ้าง สามสิบเอ็ดวันบ้าง
ดาวกระจัดกระจายบนฟ้า ก็ถูกนำมารวมกัน แล้วสมมุติให้เป็นกลุ่ม แล้วก็สมมุติชื่อให้ด้วย เช่น สมมุติว่า เป็นกลุ่มดาวจักรราศีธนู(อันนี้ก็สมมุติขึ้น) แล้วก็มาสมมุติให้ตรงกับเดือนธันวาซึ่งก็เป็นสิ่งสมมุติเหมือนกัน
แล้วก็มาบอกว่า คนที่เกิดเดือนนี้จะมีจิตใจแน่วแน่เหมือนคันธนูที่ปล่อยไปแล้วไม่หวนกลับ นี่ก็เป็น สมมุติของสมมุติอีกที
ไม่เว้นแม้แต่ ตัวเรา ก็อาจจะถูกสมมุติขึ้นโดย สมองของเราอีกทีหนึ่ง ว่ามีอยู่
สมมุิติว่า……………………………….
ถ้าไม่มีเราล่ะ
สิ่งอื่นๆ จะมีมั้ย
ไม่มีผม แล้ว คุณจะมีมั้ย
แล้ว รักเล่า เกลียดเล่า หิวเล่า ปวดเล่า จะมีมั้ย
นรก สวรรค์ มนุษย์ ดวงดาว กาแลกซี่ จักรวาล จะมีมั้ย
จะมีมั้ย?……………………..
สิ่งอื่นอื่นยังคงเวียนวน ถ้าไม่มีเรา, มนุษย์.
แต่สิ่งอื่นอื่นจะไม่มีนิยามถูกเรียกขานเพื่อสื่อสารในเบื้องต้น หากไม่มีเรา, มนุษย์.
แต่สิ่งอื่นอื่นอาจมีนิยามถูกเรียกขานเพื่อสื่อสารในเบื้องต้น หากมีชีวิตอื่น, ที่มิใช่มนุษย์.
มนุษย์กลุ่มหนึ่งเข้าใจว่า
“กายของเรา คือ ต้นโพธิ์
ใจของเรา คือ กระจกเงาอันใส
เราเช็ดมันโดยระมัดระวังทุกทุกชั่วโมง
และไม่ยอมให้ฝุ่นละอองจับ”.
มนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งเข้าใจว่า
“ไม่มีต้นโพธิ์
ทั้งไม่มีกระจกเงาอันใสสะอาด
เมื่อทุกสิ่งว่างเปล่าแล้ว
ฝุ่นจะลงจับอะไร”.
(เว่ยหล่าง สังฆราชองค์ที่หก แห่งราชวงศ์ถัง)
น้อมคารวะ.