
By Tiraphap Fakthong
Freelance Educator and Quantitative Analyst
Amortization
มีใครเคยได้ยินคำๆ นี้บ้าง ผมคิดว่าหลายๆ ท่านโดยเฉพาะคนรุ่น ๆ ใหม่ ๆ ที่เพิ่งเรียนจบ หรือ กำลังทำงานอยู่ได้ประมาณ 2 – 3 ปี ที่ใฝ่ฝันอยากจะมีรถไว้ขับหรือบ้านสวย ๆ ที่ซื้อด้วยตัวเอง ซึ่งต้องใช้เงินก้อนในการวางมัดจำ คงจะเริ่มได้ยินได้พบเจอมาเป็นแน่แท้ หลายท่านอาจยังไม่คุ้นเคย แต่ถ้าผมพูดว่ามันก็คือ เงินกู้ส่วนตัว หรือ เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย โดยที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (จากธนาคารพาณิชย์) ละก็ ท่านคงร้อง อ๋อ ขึ้นมาทันที เพราะไปธนาคารทีไรสาว ๆ ที่แบงค์ก็แนะนำให้เราทำทุกทีสิน่า
เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์โดยทั่ว ๆ ไปที่ท่านผู้อ่านส่วนใหญ่มีความน่าจะเป็นสูงในการเข้าไปยุ่งด้วย มี 2 ประเภท คือ
- เงินกู้ส่วนบุคคล หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล ( Personal Loan )
- เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ( Housing Loan )
ผมขอละประเภทอื่น ๆ นะครับ เพราะเราไม่เข้าไปยุ่งซักเท่าไหร่
ประเด็นที่ผมจะอธิบายให้ท่าน ที่ผมคิดว่ามันมีประโยชน์ คือ
- ท่านรู้หรือไม่ว่าเงินกู้แบบลดต้นลดดอกมันเป็นอย่างไร สงสัยมั้ยครับ
- ท่านรู้หรือไม่ว่าเงินกู้แบบไหนที่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีปลายปีได้
- Statement ที่แสดงยอดเงินต้นและอัตราดอกเบี้ยจ่าย ในแต่ละเดือนนั้นเอาไปทำอะไรได้
- รู้หรือไม่ว่าท่านสามารถทำ statement แบบที่ธนาคารทำให้ท่านเองได้ ด้วย Exel
เงินกู้แบบลดต้นลดดอก คือ อะไร
บางท่านที่จบบริหารหรือบัญชีมา คงคุ้นเคยเป็นอย่างดี บางท่านอาจชอบ หรือ ไม่ชอบ เพราะความซับซ้อนของสมการทางคณิตศาตร์ที่ไม่น่าเอ็นดูเอาเลย ผมจะอธิบายให้ง่ายที่สุดนะครับ
เงินกู้แบบลดต้นลดดอก คือ เงินกู้ที่ท่านจะต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือนในอัตราเท่า ๆ กันทุกเดือนตามที่กำหนด ( Payments) แต่ในเงินที่ผ่อนนั้นจะแยกเป็นสองส่วน คือ ส่วนของดอกเบี้ย และส่วนของเงินต้น
Payment = Interest + Principal
“ซึ่งในตอนแรก ๆ สัดส่วนของ Interest จะสูง แต่จะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนถึงเดือนสุดท้าย”
จดจำประโยคข้างต้นไว้ให้มั่นนะครับ เดี๋ยวเราจะได้เห็นความสำคัญของมัน
เงินกู้แบบลดต้นลดดอก ที่ใหญ่ ๆ ที่ท่านเจอมี 2 แบบ คือ
- เงินกู้ส่วนบุคคล หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล ( Personal Loan )
- เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ( Housing Loan )
ทั้ง 2 แบบ คิดตามหลักเดียวกันครับ แต่ที่แตกต่าง คือ Personal Loan อัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่ามากส่วน Housing Loan นั้น อัตราดอกเบี้ยจะไม่สูงขนาด Personal Loan ครับ
สิ่งที่แตกต่างที่สำคัญอีกอย่าง คือ
เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีในปลายปีได้แต่สินเชื่อส่วนบุคคลทำไม่ได้
รายละเอียดเดี๋ยวมาดูกันครับ
Formula
สูตรที่อยู่ในแผ่นพับที่ธนาคารแจกให้ท่านเพื่อแสดงวิธีคำนวณ Payment ในแต่ละเดือน ท่านสารถพิสูจน์เองที่บ้านได้ครับ (เบสิกมาก) ใช้เหมือนกันทุกธนาคาร
กำหนดให้ P = Monthly Installments
A = Loan Amount
n = Number of monthly Payments
I = Annual Interest Rate
Proof
ท่านกู้เงิน A จ่ายผ่อนทุกเดือน P เป็นเวลา N ปี ซึ่งมี n เดือน ที่อัตราดอกเบี้ย I ต่อปี เราสามารถตั้งสมการ ตามหลักการหา Present Value ในแต่ละเดือนได้ดังนี้


ส่วนสูตรในการหา Balance ที่เหลือในแต่ละเดือน ผมขอละไว้ไม่พิสูจน์ออกมาเป็นสมการนะครับ เพราะเดี๋ยวมันจะดูยาก และดูฟุ่มเฟือยเกินไป ผมขออธิบายง่าย ๆ ซึ่งท่านสามารถทำใน Exel ได้ โดยการ
- นำอัตราดอกเบี้ยรายเดือนคูณกับจำนวน Balance เริ่มต้นของท่านแล้วเอาไปหักออกจาก Payment ในเดือนนั้น ท่านก็จะได้ Principal ที่ท่านจ่ายในเดือนนั้น
- เอา principal ที่ท่านคำนวณได้ในเดือนนั้น ไปหักจาก Balance ตั้งต้น ท่านก็จะได้ Balance อันใหม่เพื่อมาคิดในเดือนที่ 2
- ทำซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ จนครบเดือนในสัญญาเงินกู้ครับ
อย่าตกใจครับ !!!! ถ้าท่านทำ Exel เป็นมันง่ายยิ่งกว่า โหลดหนังโป๊อีกครับ มันมีสูตรสำเร็จให้เลยครับ
ถ้าท่านไม่เชื่อว่าเราทำเองได้ ลองดูภาพครับ นี่คือที่ผมทำเอง

จากรูปท่านจะเห็น Statement ของดอกเบี้ยและเงินต้นทุก ๆ เดือน รวมไปถึงกราฟที่แสดงถึง Cumulative interest และ principal ซึ่งเอามาขยายให้ดูจะได้แบบนี้ครับ

สังเกตการณ์เคลื่อนไหวของมันครับ ว่าคำพูดนี้ เป็นจริงมั้ย
“ในตอนแรก ๆ สัดส่วนของ Interest จะสูง แต่จะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนถึงเดือนสุดท้าย”
มาถึงจุดนี้ ท่านคงงง ว่าจะรู้ไปทำไมวะ ?????
ดูต่อครับ จำได้มั้ยครับว่า
“เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีในปลายปีได้แต่สินเชื่อส่วนบุคคลนั้นไม่ได้”
นั่นแหละครับกฎหมายมันว่าไว้อย่างนี้ครับ
ผมสรุปให้ดูง่าย ๆ
ถ้าท่านกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หลังแรกเท่านั้น จากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ท่านจ่ายจนถึงปลายปี สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ครับ โดยให้หักได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ดังนั้นเงินกู้ส่วนบุคคลไม่เกี่ยวอะไรกับการหักลดหย่อนภาษีครับ รวมไปถึงการกู้เงินเพื่อซื้อบ้านเล็กบ้านน้อย หรือกู้เงินทำธุรกิจ ครับ Statement ที่ได้แค่เอาไว้ดูครับว่าชำระเท่าไหร่แล้ว ที่คุณต้องทำแค่จ่ายเงินให้ตรงเวลา
พอจะนึกอะไรออกบ้างแล้วยัง ผมต่อนะครับ
นั่นหมายความว่า ถ้าในช่อง ดอกเบี้ยจ่ายของท่านรวมแล้วเมื่อสิ้นปี เกิน 100,000 บาท ท่านจะขอลดหย่อนภาษีได้แค่ 100,000 บาทเท่านั้น
คิดดูครับ ถ้าจะเงินกู้เงินเราควรกู้แบบไหน ???? กี่ปี ????? ท่านก็ดูครับ ลองคำนวณแบบการกู้เงินที่สาว ๆ สวย ๆ ที่แบงค์เสนอให้เราดู แบบไหนที่จำนวนเงินเท่าไหร่ อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ ระยะเวลาเท่าไหร่ จึงจะทำให้ท่านไม่เสียผลประโยชน์ทางภาษี
ส่วนใหญ่เขาจะเล่นไปที่การยืดระยะเวลาการผ่อนชำระครับ และส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยมันค่อนข้างต่ำจำทำให้มีกรณีน้อยมากที่การกู้ระยะยาวจะทำให้ท่านเสียผลประโยชน์ทางภาษี นอกจากว่า ท่านอยากที่จะผ่อนให้มันเสร็จเร็ว ๆ ภายในระยะเวลาสั้น ๆ (มีใครบ้างไม่อยากทำ) ท่านก็ควรจะศึกษาเอาไว้ กันเหนียว ซึ่งแม้ว่าบางทีธนาคารอาจะเลือกให้ท่านแล้ว แต่เราก็ควรทำอะไรให้รอบคอบ ดีกว่ามานั่งเสียใจภายหลัง เพราะทุก ๆ การกระทำในฐานะนักเศรษฐศาตร์ต้อง Efficient ให้มากที่สุดครับ อย่าให้ใครมาทำให้เราพลาดง่าย ๆ ครับ
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
It’s nice. Thx na kub.
Dear Mike,
goood article, I will print it! and read more than twice for remember C:
ชอบ!!!
ว่าแต่ จะซื้อบ้านหรอ
ผมไม่ได้ update บทความมาประมาณชาติกว่า
ผมกลับมาแล้วครับ !!!!
ยินดีที่ชอบกันนะครับ