triamboy
พลวัตประชาธิปไตยแบบตัวแทนของบริบทที่ตั้งประเทศไทย
สิงหาคม 1, 2009
ก่อนเนื้อความ
บทความนี้ถูกตั้งใจเขียนขึ้นเพื่อนำเสนอโครงสร้างการเคลื่อนตัวของกิจกรรมทางการเมืองภายใต้บริบทที่ตั้งประเทศไทยโดยคน ตามแต่ทุนสะสมที่มีอยู่ภายในตัวของผู้เขียน. มากกว่านั้นผู้เขียนหวังว่าการนำเสนอครั้งนี้ (ก) สร้างองค์ความรู้ใหม่ให้แก่สังคม (ข) ให้เกิดการเพิ่มเติม แก้ไข ปรับปรุงองค์ความรู้นี้ โดยผู้ที่สนใจ ทั้งเพื่อประโยชน์ในวัตถุประสงค์ต่างๆ ตามแต่สมควรเห็น หรือกระทั้งไม่มี ไม่แน่ใจว่ามีผลประโยชน์จากการแก้ไข ปรับปรุงหรือไม่ (ค) พัฒนากระบวนการสร้างองค์ความรู้ของผู้เขียนเอง.
ที่มา
ที่ตั้ง, ที่ถูกเรียกว่าประเทศไทย และประกอบไปด้วยหลายชนชาติ, ได้ถูกเปลี่ยนผ่านกติกาการทำกิจกรรมของคนจากที่เข้าใจว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นที่เข้าใจว่าประชาธิปไตย, ผ่านการมีส่วนกำหนดโดยบทบาทของบุคคลในยุคนั้นนั้น. จากจุดเปลี่ยนผ่านกว่า 77 ปีแล้ว, กล่าวได้ว่าภายใต้รูปแบบกติกาใหม่ได้เปิดโอกาสมากขึ้นในการแสดงพฤติกรรมที่หลากหลายและแปลกใหม่จากรูปแบบเดิม. นอกเหนือจากนั้น, การกระทำกิจกรรมเหล่านี้ได้ถูกสั่งสม และหล่อหลอมเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้, จนมากพอที่จะสามารถอธิบายถึงความเป็นจริงที่ปรากฎชัดต่างๆ อย่างน้อยที่สุด คือ ทิศทาง และวงจรล้มลุกคลุกคลานของมนุษย์ที่เกิดขึ้นได้.
กรอบความคิด
เงื่อนไขเบื้องต้น
- คนทุกคนมีความละโมภกอบโกยแตกต่างกันไป อย่างน้อยที่สุด ยังมีความต้องการในสินค้าจำเป็นอยู่.
- ทุน ในบทความนี้ หมายถึง ทุน และโอกาสในการสร้างทุน. ได้แก่ (ก) ทุนทางเศรษฐกิจ อาทิ สินทรัพย์ทางการเงิน (เงินสด, หุ้น, พันธบัตร, บัตรเครดิต, วงเงินเบิกเกินบัญชี, ตราสารหนี้, เป็นต้น), สินทรัพย์ปัจจัยการผลิต (เงินทุน, ที่ดิน, แรงงาน, ความรู้, การจัดการ, เครื่องจักร, ลิขสิทธิ์, เทคโนโลยี, นวัตกรรม, สัมปทาน, เป็นต้น), สินทรัพย์ที่มีมูลค่า (นาฬิกา, เพชร, ทองคำ, ยานพาหนะ, เป็นต้น) (ข) ทุนทางสังคม อาทิ ทุนเครือข่ายดั้งเดิม (ญาติพี่น้อง, เพื่อน, กลุ่มอาชีพ, สหกรณ์, เป็นต้น), ทุนจากอำนาจทางสังคมตามกฎหมาย (ทุนจากอำนาจบริหารในบทบาทข้าราชการ และพนักงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ทุนจากอำนาจยุติธรรมในบทบาทผู้ตัดสินความผิดต่างต่าง, ทุนจากอำนาจยุติธรรมในบทบาทผู้บังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติเพื่อความสงบเรียบร้อยภายใน, ทุนจากอำนาจความมั่นคงในบทบาทผู้รักษาอธิปไตยของประเทศ, เป็นต้น) (ค) ทุนทางการเมือง อาทิ ทุนจากอำนาจผู้เป็นตัวแทนของแต่ละระดับสังคม, ทุนจากการสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง, ทุนจากคำมั่นของปัจเจกบุคคลร่วมกันในการสนับสนุน, เป็นต้น.
- มีตัวแทนบริหารตัดสินใจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะตามแต่ละระดับสังคมตามบทบาทหน้าที่ และอำนาจอำนวย.
- ตัวแทนบริหารมาจากการเลือกตั้ง ทั้งทางตรง และทางอ้อม.
- อำนาจต่อรอง หมายถึง ทุนทั้งหมดของหน่วยตัดสินใจ (ทั้งปัจเจกบุคคล และกลุ่มปัจเจกบุคคล)
สมมติฐาน
- อำนาจการต่อรอง (bargaining power) มีบทบาทหลักในการกำหนดพลวัตของคนบนที่ตั้งประเทศไทย, โดยมีการสะสมของทุนเป็นตัวกำหนดที่สำคัญที่สุดของอำนาจต่อรอง. มากกว่านั้น, ปัจจัยภายนอก หรือบริบทสำคัญหลายประการ เป็นตัวสนับสนุนพลวัตนี้ อาทิ การเลือกตั้ง, ภูมิหลังของบูรณาญาสิทธิราชย์, แนวคิดหลักที่เป็นพื้นฐานของสังคม, เป็นต้น.
- คน บนที่ตั้งของประเทศไทยสามารถถูกแบ่งได้เป็น 4 ส่วน โดยอำนาจต่อรองเป็นตัวกำหนดที่มีบทบาทมากที่สุด. ปัจจัยภายนอก หรือบริบทต่างต่าง ได้แก่ บริบททางเศรษฐกิจ, ทางสังคม, และทางการเมือง, เป็นปัจจัยสนับสนุนคนแต่ละประเภทแตกต่างกัน, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลือกตั้ง, ภูมิประเทศที่ตั้ง, และการเปิดประเทศ (การค้า, การลงทุน, แรงงาน, ความรู้), ปัจจัยเหล่านี้มีบทบาทสนับสนุนที่สำคัญลำดับแรก. ในรายละเอียด, คนบนที่ตั้งในประเทศไทย ได้แก่
- ชนชั้นอำนาจต่อรองตำ่ (low bargaining power people)
- ชนชั้นระหว่างอำนาจต่อรองสุดโต่ง (medium bargaining power people)
- ชนชั้นอำนาจต่อรองสูง (high bargaining power people)
- ชนชั้นอำนาจต่อรองไม่สิ้นสุด (infinite bargaining power people)
คุณลักษณะเบื้องต้น
ชนชั้นอำนาจต่อรองตำ่ (low bargaining power people)
- อำนาจต่อรองถูกกำหนดด้วยทุนทางสังคม และทุนทางเศรษฐกิจตามลำดับ. ทุนทางการเมืองเกือบจะไม่มีบทบาทกำหนดอำนาจต่อรองของตนเอง, แต่เป็นหนึ่งในทุนทางการเมืองเพื่อสนับสนุนชนชั้นอำนาจต่อรองสููงกว่า
- ส่วนใหญ่อาศัยกระจายอยู่ในพื้นที่ชนบท, ที่รายล้อมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ. บางส่วนอาศัยกระจุกอย่างหลวมหลวมในพื้นที่ศูนย์กลางของหมู่บ้าน หรือชุมชน. ในการประกอบอาชีพ, ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกี่ยวเนื่องการเกษตร หรือทรัพยากร อาทิ ประมง, ป่าไม้, ค้าขายเล็กน้อยตามแหล่งท่องเที่ยว, เป็นต้น.
- ส่วนน้อยอาศัยกระจายตัวในเมืองหลวง และหัวเมืองใหญ่. ในการประกอบอาชีพ, บุคคลเหล่านี้ประกอบอาชีพที่ได้รับผลตอบแทนต่ำ, ที่ไม่ต้องการทักษะ (อุปทาน) และไม่เป็นที่พึงประสงค์ของคนส่วนใหญ่ (อุปสงค์).
- ผลตอบแทนมีลักษณะไม่คงที่สมำ่เสมอ ขึ้นกับปัจจัยภายนอกเป็นหลัก, หรืออีกในนัยหนึ่งกล่าวได้ว่ารายได้มีลักษณะเป็นก้อนโตทีเดียวในช่วงเวลายาวพอสมควร.
ชนชั้นระหว่างอำนาจต่อรองสุดโต่ง (medium bargaining power people)
- อำนาจต่อรองถูกกำหนดด้วยทุนทางเศรษฐิจ และสังคมอย่างพอกัน.
- ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในตัวเมืองของแต่ละจังหวัด, หัวเมืองใหญ่, และเมืองหลวง, ที่รายล้อมโดยสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับการค้า, การลงทุน, และอุตสาหกรรม. ในการประกอบอาชีพ, ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกี่ยวเนื่องกับการค้า, การลงทุน, และอุตสาหกรรม ซึ่งมีสถานะทางเศรษฐกิจคือ ถูกจ้างงาน หรือลูกจ้าง.
- ส่วนน้อยอาศัยกระจายตัวในพื้นที่ศูนย์กลางของหมู่บ้าน หรือชุมชน. ในการประกอบอาชีพ, บุคคลเหล่านี้ประกอบอาชีพที่ได้รับผลตอบแทนในระดับกลาง หรือในระดับสูงกว่าชนชั้นอำนาจต่อรองต่ำ, มีการใช้ทักษะเฉพาะทางในระดับเบื้องต้น (อุปทาน) และเป็นที่พึงประสงค์ของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่นั้น (อุปสงค์) อาทิเช่น สมาชิกการปกครองท้องถิ่น, ผู้นำแต่ละสาขาอาชีพ, พนักงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, เป็นต้น.
- ผลตอบแทนมีลักษณะค่อนข้างคงที่สมำ่เสมอ ขึ้นกับปัจจัยภายนอกน้อยลง, หรือกล่าวได้ว่ารายได้มีลักษณะเป็นก้อนเล็กที่ไหลเข้ามาต่อเนื่องค่อนข้างเท่ากันในช่วงเวลายาวในอีกนัยหนึ่ง.
ชนชั้นอำนาจต่อรองสูง (high bargaining power people)
(n.a. ยังไม่พร้อมนำเสนอ)
ชนชั้นอำนาจต่อรองไม่สิ้นสุด (infinite bargaining power people)
(n.a. ยังไม่พร้อมนำเสนอ)
เนื้อความ

ภาพที่ 1 พลวัตของคนบนที่ตั้งประเทศไทย
ในรายละเอียด, ผู้เขียนขอแบ่งการพิจารณาเป็น 3 ส่วน ดังนี้
- พลวัตของ และระหว่างชนถาวรบนที่ตั้งประเทศไทย (แนวเส้นสีเขียว).
- พลวัตระหว่างชนชั่วคราวกับชนถาวรบนที่ตั้งประเทศไทย (แนวเส้นสีดำ).
- พลวัตของทุน (แนวเส้นสีส้ม).
พลวัตของ และระหว่างชนถาวรบนที่ตั้งประเทศไทย
- ความสัมพันธ์ ก (n.a. ยังไม่พร้อมนำเสนอ)

ภาพที่ 2 ระดับพลวัตของคนบนที่ตั้งประเทศไทย
3 เดือนให้หลัง = ธันวาคม 1, 2009.
ในตอนท้าย, จากการพิจารณาของหลายคนคงเห็นได้ว่า เนื้อหาของบทความยังไม่เรียบร้อยพร้อมต่อการนำเสนอต่อทุกคน. ด้วยที่ข้าพเจ้าไม่มีความพร้อมทางเวลาในช่วงขณะนี้, กอปรกับการกระตุ้นการนำเสนอ และคำแนะนำของเพื่อนเพื่อน, ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจส่งบทความนี้ออกเผยแพร่ก่อนในตอนนี้ และลักษณะอย่างที่เป็นอยู่. ด้วยคาดหวังว่าหลายหลายท่านคงช่วยขัดเกลา – อภิปราย, แนะนำ, ให้กำลังใจ, เป็นต้น- แต่ละส่วนไปพร้อมพร้อมกัน, ข้าพเจ้าจึงคิดว่าจะค่อยนำเสนอออกมาทีละส่วนตามกรรมตามวาระ.
ขอบใจ ณ พื้นที่นี้.
ฮ่าาาา แถวบ้านเรียกประชดครับ
แนะนำอย่างครับ แต่ก็เห็นล่วงหน้าว่าคุณเต้จะรับไปปฏิบัติเห็นทีคงจะไม่
พูดเหมือนเดิม
กล้าเขียนหน่อย ไม่ต้องกลัวผิดมากครับ
เพราะไม่อย่างนั้นสังคมก็ไม่ได้อะไรใหม่ (กูเนี่ยแหละ!!!)
แต่ถ้าไม่อยากก็ไม่ต้องคับ
ถามอย่างครับ ทำไมถึงมองชาวต่างชาติเป็นชนชั้นที่มีอำนาจต่อรองไม่สิ้นสุดคับ แล้วชาวต่างชาตินี้คือผู้อาศัยในประเทศหรือนอกพรมแดนครับ
เยดดดดดดดด เขียนไรวะเต้ กูงง
รูปเล็กไปหน่อยครับ
ความอยากเขียนนั้นเป็นสิ่งที่กระผมต้องการอยู่แล้ว.
ในทางกลับกันหลายคนต้องการอะไรใหม่, แต่ความคิดใหม่บนพื้นฐานที่พอมั่นคงคือสิ่งที่กระผมต้องการ, ที่ต้องไม่หักล้างกับแนวคิดแดกด่วนที่เกริ่นไว้ก่อนหน้า. หากเป็นอย่างที่กล่าวเช่นนั้น, กระผมคงไม่ต่างกับคนส่วนใหญ่บนที่ตั้งประเทศไทย, ซึ่งความใหม่เร็วเป็นแนวคิดหลักทั้งการนำเสนอและการถูกถอนจากความสนใจ. ความกล้านั้นเป็นสิ่งที่ดี, การถูกนำมาใช้ในทางที่เหมาะสมทั้งตามกรรมและวาระ, จะสามารถรังสรรค์ประโยชน์ตามเจตนารมย์นั้น. ถึงแม้ว่าประโยชน์ที่ถูกรังสรรค์จะเกิดขึ้นได้จากความถี่ของความกล้าจำนวนมาก, อันเกิดจากโอกาสที่จะรังสรรค์ผลลัพธ์มีมากขึ้นทั้งทางที่ชอบเหมาะสมและไม่, ความผันผวนของผลลัพธ์ในช่วงกว้างระหว่างทางที่เหมาะและไม่เหมาะก็มีโอกาสมากขึ้นเช่นกัน.
ทำไมถึงมองชาวต่างชาติเป็นชนชั้นที่มีอำนาจต่อรองไม่สิ้นสุดคับ ลองพิจารณาอย่างง่ายที่สุดในมุมมองของสัดส่วน หรือร้อยละ หรืออัตรา, แล้วตามแต่เรียกขานกัน. สัดส่วนเป็นพื้นฐานของการให้คุณค่าที่สมเหตุสมผลทางหนึ่งท่ามกลางประชากรจำนวนที่มากกว่า 1 ของสิ่งที่นับได้ และพยายามจะนับให้ได้. การให้คุณค่าครอบคลุม การคาดการณ์, ความสนใจ, การให้ความสำคัญ, ซึ่งเป็นการพิจารณาของแต่ละปัจเจกบุคคลตามแต่ทุนสะสมที่มีมาจวบจนปัจจุบัน.
ในมิติการเมือง, ประชาธิปไตยเป็นตัวอย่างที่ดีของสัดส่วน. ในระบอบนี้มีการแบ่งคุณค่าตามสัดส่วน, พบเห็นได้ตั้งแต่การเลือกตั้ง, การลงความเห็น, การลงประชามติ, การนับองค์ประชุม เป็นต้น, เครื่องมือทางการเมืองเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดของสัดส่วนอย่างชัดเจน.
มุมมองของตุลาการ, การลงมติของผู้พิพากษาศาลต่างต่าง, การเปรียบเทียบข้อมูลทั้งฝั่งดีและไม่ดีที่ได้รับ, เป็นต้น, ที่กล่าวมานี้เป็นตัวอย่างเครื่องมือที่มีฐานจากแนวคิดสัดส่วนเช่นกัน.
ที่เหลือจากที่กล่าวมาข้างต้นยังสามารถยกตัวอย่างเชิงประจักษ์รอบตัวได้อีกมาก อาทิ มุมมองทางเศรษฐศาสตร์ มุมมองทางสังคม เป็นต้น.
อำนาจต่อรองตามสมมติฐานในบทความนี้ก็เช่นกัน, มีพื้นฐานความคิดของสัดส่วน. การสะสมของทุนเป็นตัวกำหนดที่สำคัญที่สุดของอำนาจต่อรอง, ทั้งทุนทางสังคม, ทุนทางเศรษฐกิจ, และทุนทางการเมือง.
ชนต่างชาติ กับ อำนาจต่อรอง.
พิจารณา พบว่า ชนต่างชาติมีการสะสมทุนทางเศรษฐกิจ, สังคม, และการเมืองเป็นสัดส่วนมากกว่าทุนสะสมของชนไทยทั้งชาติมากมาก. ถึงแม้นว่าบนที่ตั้งประเทศไทย, ชนไทยยังคงมีการสะสมทุนทั้งทางสังคม, การเมือง, และเศรษฐกิจ, มากกว่ากึ่งหนึ่งของที่ตั้ง. ดังนั้น อำนาจต่อรองของชนต่างชาติจึงมีอยู่ไม่สิ้นสุดบนที่ตั้งประเทศไทย.
ปล. ตัวเลขเชิงประจักษ์ไว้แสดงครั้งหน้า
ปล. เพิ่มเติม.
ทั้งนี้, มุมมองขององค์ประกอบต่างต่างต้องนำมารวมเข้าให้มากที่สุดก่อนที่จะให้คุณค่าตามแนวคิดของสัดส่วน, โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ประกอบที่มีสัดส่วนมาก, ที่ถูกสมมติได้ว่ามีความสำคัญก่อนการพิสูจน์. ในทางเศรษฐศาสตร์, เราเรียกมุมมองแบบนี้ว่า มุมมองรวม หรือตลาดรวม, general market, ซึ่งตรงกันข้ามกับการมองแบบแยกส่วน หรือตลาดแยกส่วน, partial market. มากกว่านั้น, ผลได้, ที่ผ่านการสังเคราะห์และวิเคราะห์จากแต่ละมุมมอง, มีความแตกต่างกัน คือ มุมมองรวมให้ผลได้ของดุลยภาพรวม, general equilibrium, และมุมมองแยกส่วนให้ผลได้ของดุลยภาพแยกส่วน, partial equilibrium. ดังนั้นการขาดดุลยภาพ, ที่เห็นได้จากกรณีตัวอย่างรอบตัวทุกวันนี้, เกิดจากการมองแยกส่วนเป็นสำคัญ. มลพิษในพื้นที่มาบตาพุด, ที่เกิดจากความไม่สมดุลของสังคมธรรมชาติที่ไม่ใช่มนุษย์ และเศรษฐกิจของมนุษย์, เป็นตัวอย่างที่อยู่ในความสนใจในขณะนี้.
T-T ขอเวลาผม print มาอ่านซักพักครับ, ลองผมบอกว่ายาก… นั่นหมายถึงยากจริงๆโว้ย! 555+
Anyway, goood contribution wa “Tae”
I’m looking to see your next article na kub; even though, It’s going to be late แล้ว late อีกก็ตาม ๕๕๕
อีกที, ถามหน่อยครับว่า… ที่ทำมาทั้งหมด “เป็นของเต้ on the rock” หรือมี reference ของใครเป็นพิเศษเป่าครับ?
ฮ่า ฮ่า อันที่จริงก็คิดไ้ว้อยู่แล้วครับ ไม่เป็นไรครับ ต่างคนก็ต่างมุมมอง
ขอบคุณที่ตอบคำถามครับ ก็ได้ความกระจ่างมากขึ้น ตามแต่สมควร
ผมกลับมาแล้วครับ หลังจากหายไปนาน
บทฟามนี่มันอะไรครับ ท่านเต้สุดเมพ O_o”