triamboy
ข้อเท็จจริง กับ การก้าวข้ามกรอบความคิด
ไม่นานมานี้, ข้าพเข้าได้อ่านข่าวเกี่ยวกับชนไทยในมุมมองของชนต่างชาติเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาในมติชน ออนไลน์, ซึ่งถูกถ่ายทอดโดยอดีตตัวแทนของสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยในรายการวิทยุบีบีซีก่อนที่จะพ้นจากตำแหน่งในกระทรวงการต่างประเทศประเทศนี้. ตัวแทนที่กล่าวถึงท่านนี้คือ เซอร์ แอนโทนี รัมโบลด์ (Sir Anthony Rumbold), ผู้เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยระหว่างปี ค.ศ. ๑๙๖๕ – ๑๙๖๗. เนื้อหาที่ถูกนำเสนอโดยท่านนี้ได้สร้างความแปลกใจ, ความสงสัย, ความงุนงง, …, แก่ชนไทยส่วนใหญ่เหมือนอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนหน้า, ซึ่งมีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่ข้าพเจ้าพยายามหาได้ดังนี้;

“They have no literature, no painting and only a very odd kind of music; their sculpture, ceramics and dancing are borrowed from others, and their architecture is monotonous and interior decoration hideous. Nobody can deny that gambling and golf are the chief pleasures of the rich, and that licentiousness is the main pleasure of them all. The general level of intelligence of the Thais is rather low, a good deal lower than ours and much lower than that of the Chinese.”
(ต้นฉบับ)
“พวกเขาไม่มีวรรณกรรม ไม่มีภาพเขียน และมีแต่ดนตรีประเภทที่เก่ามากๆ ประติมากรรม เซรามิก หรือการร่ายรำของพวกเขาก็ยืมมาจากประเทศอื่น และสถาปัตยกรรมของพวกเขาก็ราบเรียบ และมีการตกแต่งภายในที่น่าเกลียด ไม่มีใครปฏิเสธว่าการพนัน และการเล่นกอล์ฟเป็นความเพลิดเพลินใจสูงสุดของคนรวย และความมักมากในกามก็เป็นความเพลิดเพลินใจของพวกเขาส่วนใหญ่ ระดับสติปัญญาโดยทั่วไปของคนไทยนั้นค่อนข้างต่ำ, ต่ำกว่าของคนในประเทศเราเยอะทีเดียว และก็ต่ำกว่าของคนจีนมาก”
(ฉบับที่ถูกแปลเป็นภาษาไทย และใช้สื่อสารกับคนไทยทั่วไป, ซึ่งคำศัพท์เกือบเหมือนกันทุกสื่อ. ส่วนที่ต่างกันคือส่วนเสริมอารมณ์ของผู้รายงานข่าว (ผู้เขียนข่าว), ซึ่งข้าพเจ้าได้ตัดทิ้งส่วนนี้ให้เหลือแต่เพียงเนื้อหา.)
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่าได้มีชนไทยบางส่วนที่ไม่พอใจ, ส่วนหนึ่งได้ออกมาโต้ตอบผ่านสื่อ, ส่วนหนึ่งได้ตอบโต้พูดคุยระหว่างคนรู้จัก, ส่วนหนึ่งต่อต้านอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจ, ที่เหลือมีวิธีของแต่ละส่วน. ในตอนแรก, การนำเสนอครั้งนี้ดูเหมือนจะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ, แต่กลับเงียบไปอย่างฉับพลันด้วยการแก้ไขสถาณการณ์ทันด่วนของเอกอัครราชทูตคนปัจจุบัน โดยการเพิ่มเติมข้อมูลทางกลับในตลาด. โชคดีอย่างยิ่ง, ข้อมูลอีกทางหนึ่งนี้, กอปรกับการแดกด่วนความสงบ (นิ่งเฉย, เพิกเฉย, ไม่สนใจ, อภัย, เกื้อกูล, ยอมรับมัน, จำใจ, ไม่รู้ทำอย่างไร, เป็นต้น) ของชนไทย, ทำให้ความต้องการโต้ตอบโดยรวมจากชนบางส่วนนี้ลดลงอย่างมาก, และไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของความนึกคิดของชนในที่ตั้งประเทศไทย.

“My own views differ from my predecessor of 42 years ago. Amazing Thailand! Ever since I was first posted to Thailand 30 years ago, I have been impressed by the richness of Thai culture, be it art, sculpture, dance, music or literature. All this is embellished by the natural beauty of the landscape and the charm and warmth of the Thai people.
(ต้นฉบับข้อมูลในทางกลับ)
“มุมมองของผมแตกต่างจากท่านทูตคนก่อน เมื่อ 42 ปีที่แล้ว อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ผมเคยมาทำงานที่สถานทูตอังกฤษเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมยังคงหวังที่จะกลับมาเป็นทูตที่ประเทศไทย เพราะรู้สึกประทับใจในประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมไทยซึ่งมีคุณค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ ศิลปกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และการฟ้อนรำ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมาก ทูตทุกคนที่ประจำในประเทศไทยต่างรู้สึกดีใจเมื่อเห็นความสวยงามของประเทศไทยเสน่ห์ และอัธยาศัยไมตรีอันดีงามของคนไทยทุกคน”
(ฉบับที่ถูกแปลเป็นภาษาไทย และใช้สื่อสารกับคนไทยทั่วไป, ซึ่งคำศัพท์เกือบเหมือนกันทุกสื่อ. ส่วนที่ต่างกันคือส่วนเสริมอารมณ์ของผู้รายงานข่าว (ผู้เขียนข่าว), ซึ่งข้าพเจ้าได้ตัดทิ้งส่วนนี้ให้เหลือแต่เพียงเนื้อหา.)
สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ประเด็นหลัก, ที่ข้าพเจ้าต้องการนำเสนอในบทความนี้. เมื่อลองพิจารณาอย่างถี่ถ้วน, ทำให้ข้าพเจ้ามองเห็นความเป็นไปบางอย่างภายในที่ตั้งประเทศไทย, และคิดว่าสามารถใช้อธิบายความสัมพันธ์บางอย่างได้ต่อมาดังนี้;
ภูมิหลังหลักภายใต้บริบทสถาณการณ์นี้
๑. ผู้นำเสนอเนื้อหานี้เป็นเพียงหนึ่งในประชากรทั้งหมดของโลก, ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับประเทศไทยในช่วงเวลาหนึ่งที่ผ่านมา และเข้าใจว่าเฝ้ามองติดตามความเป็นไปมาโดยตลอดหลังจากนั้น, ไม่ใช่เฉพาะที่ตั้งประเทศไทยเท่านั้น, ในความคิดข้าพเจ้า.
๒. เนื้อหานี้เป็นข้อเท็จจริงตามการรับรู้, วิเคราห์, และสังเคราะห์ของบุคคลหนึ่ง.
๓. เนื้อหามีลักษณะของการเปรียบเทียบเชิงคุณภาพของชนชาติที่ตั้ง, ที่มีโอกาสของการนำไปสู่การดูถูก, เหยียดหยาม, และแบ่งกลุ่ม.
๔. ประเทศไทยมีการตัดตอนการนำเสนอเนื้อหาบางส่วนจากต่างประเทศ, รวมถึงความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อชนไทย. เนื้อหาที่ถูกตัดตอนนี้ส่วนใหญ่มีลักษณะเชิงลบ, หรือมีเนื้อหาไม่เหมาะสมตามความคิดของผู้ตัดตอน.
๕. ชนต่างชาติที่มีความคิดการเปรียบเทียบเชิงคุณภาพของชนชาติที่ตั้งที่กล่าวข้างต้น, ไม่ใช่มีเพียงแต่อดีตตัวแทนของสหราชาณาจักรเท่านั้น. มากกว่านั้น, ยังมีชนต่างชาติอีกจำนวนที่มีนัยสำคัญ, ที่คิดในทิศทางนี้, รวมถึงการเปรียบที่ตั้งประเทศไทยเช่นกัน.
๖. ไม่เฉพาะแต่ชนต่างชาติที่มีความคิดการเปรียบเทียบเชิงคุณภาพของชนชาติที่ตั้งเท่านั้น, ชนไทย, เช่นกัน, มีความคิดการเปรียบเทียบเชิงคุณภาพของชนชาติที่ตั้ง, อย่างน้อยที่สุดเปรียบเทียบกับชนชาติที่มีอำนาจต่อรองตำ่กว่า และส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับชนชาตินั้น.
๗. เบื้องลึกภายใต้จิตสำนึกของชนไทย, ตามความคิดของข้าพเจ้าเข้าใจว่า เราส่วนใหญ่ตระหนักว่า เรามีคุณลักษณะของด้อยอารยะชน, หรือการด้อยกว่าโดยเปรียบเทียบ, อาทิเช่น ด้อยพัฒนา, ด้อยอารยะธรรม, เป็นต้น.
๘. เบื้องลึกภายใต้จิตสำนึกของชนตะวันตก, ตามความคิดของข้าพเจ้าเข้าใจว่า พวกเขาส่วนใหญ่ตระหนักว่า เขามีคุณลักษณะของเหนืออารยะชน, หรือการเหนือกว่าโดยเปรียบเทียบ, อาทิเช่น เหนือพัฒนา, เหนืออารยะธรรม, เป็นต้น.
สมมติฐานหลักของสถาณการณ์นี้
๑. การเปรียบเทียบทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณของชนชาติ, รวมถึงระหว่างชนชาติ และภายในชนชาติเดียวกัน, เป็นปัจจัยหลักหนึ่งต่อการกำหนดกรอบความคิดชนในสังคม.
๒. กรอบความคิดของการเปรียบเทียบ เป็นปัจจัยหลักต่อการกำหนดความเป็นผู้นำ และผู้ตามในสังคม. โดยกรอบความคิดที่มีลักษณะเหนืออารยะชนกำหนดความเป็นผู้นำ และกรอบความคิดที่มีลักษณะของด้อยอารยะชนกำหนดความเป็นผู้ตาม.
บทวิเคราะห์
ในการเปรียบเทียบทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณของชนชาติ, รวมถึงระหว่างชนชาติ และภายในชนชาติเดียวกัน ทำให้จุดประสงค์ หรือเจตนารมย์ของด้อยอารยะชนบิดเบือน หรือลู่ออกไปในทางที่ไม่เหมาะสม อันนำไปสู่พฤติกรรมที่บิดเบือน, ในขณะเดียวกันนั้นจุดประสงค์ หรือเจตนารมย์ของเหนืออารยะชนยังคงเหมาะสมเช่นเดิม หรือถูกปรับเปลี่ยนไปในทางที่เหมาะสมขึ้น (เหนือมากว่าเดิมโดยเปรียบเทียบ). พิจารณาในรายละเอียด, จุดประสงค์ หรือเจตนารมย์ของแต่ละเกมส์ส่วนใหญ่ถูกออบแบบจากผู้นำ, ที่เต็มใจพร้อมปฏิบัติภายใต้กติกาที่กำหนดขึ้นเอง, โดยถูกกำหนดจากปัจจัยภายในและภายนอกของผู้นำเป็นหลัก. ในทางกลับกัน, สำหรับผู้ตาม, การยอมรับเกมส์ทั้งที่เต็มใจและไมเต็มใจ, ที่ถูกออบแบบโดยผู้นำ, ทำให้ผู้ตามค้นหาและปฏิบัติทุกวิถีเพื่อให้ได้รับการเปรียบเทียบในระดับเดียวกัน หรือใกล้เคียง, รวมถึงวิถีทางที่ไม่สนใจวัตถุประสงค์ หรือเจตนาของเกมส์นั้น. ในวิถีทางหลังนี้, ดูเหมือนว่าจะเป็นทางออกหลักของภาวะผู้ตาม, และสร้างความสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขัน (เปรียบเทียบ) มากขึ้น .
ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์
กรณีศึกษาของการศึกษาบนบริบทที่ตั้งประเทศไทย
จากภูมิหลังที่กล่าวมาข้างต้น, การตระหนักด้อยอารยะชนส่วนหนึ่งหมายรวมถึงการตระหนักด้อยการศึกษาโดยเปรียบเทียบ, และการตระหนักด้อยการศึกษาดุลยภาพที่ตั้งประเทศไทยเป็นประเด็นหนึ่ง ทั้งที่ถูกเปรียบเทียบจากชนต่างชาติ, และถูกยอมรับโดยชนไทย. การเปรียบเทียบนี้ทำให้จุดประสงค์ หรือเจตนารมย์ของด้อยอารยะชนบิดเบือน หรือลู่ออกไปในทางที่ไม่เหมาะสม อันนำไปสู่พฤติกรรมที่บิดเบือน, ในขณะเดียวกันนั้นจุดประสงค์ หรือเจตนารมย์ของเหนืออารยะชนยังคงเหมาะสมเช่นเดิม หรือถูกปรับเปลี่ยนไปในทางที่เหมาะสมขึ้นอย่างที่กล่าวมาข้างต้น.
ในรายละเอียด, พบว่าตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันเราถูกเปรียบเทียบให้เป็นด้อยอารยะชน, รวมถึงการศึกษา. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาในสถานศึกษา, ที่ถูกเปรียบเทียบให้อยู่ในตำแหน่งที่ด้อยกว่าตั้งแต่ระดับพื้นฐานจวบจนระดับสูงโดยชนตะวันตกส่วนใหญ่, เริ่มต้นพัฒนา และคิดค้นการศึกษาทีหลังตะวันตก. มากกว่านั้น, การต้องการให้ก้าวข้ามด้อยอารยะชนทำให้การศึกษาเป็นแนวทางหนึ่งที่พิสูจน์ความเหนืออารยะชน, แต่ไม่ได้ศึกษาเพื่อตอบจุดประสงค์ที่เหมาะสมของการศึกษา. อย่างลืมไม่ได้, ใช่เพียงแต่ชนต่างชาติเท่านั้นที่มีการเปรียบเทียบการศึกษาเกือบทุกครอบครัว, อย่างน้อยที่สุดพ่อแม่, ไม่นับรวมถึงญาติ, พี่, น้อง, และเพื่อนบ้าน, ล้วนต้องการให้บุตรได้รับการศึกษาขั้นสูงสุดเท่าที่ทรัพยากรของครอบครัวจะอำนวยสนับสนุนได้. ถึงแม้นว่าไม่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่, บุตรหลายคนต่างตระหนักดีว่าการศึกษาเป็นการก้าวข้ามสู่ความเหนืออารยะชน, ที่เป็นความเข้าใจผิดอย่างไม่น่าควรแก่การได้รับอภัยอย่างยิ่ง.
อย่างน้อยที่สุด, ข้าพเจ้าเข้าใจว่าชนไทยเราทุกคนต้องเคยสัมผัส หรือรับรู้ความเข้าใจทั้งโดยตรง และอ้อม, ที่ว่าพ่อ, แม่, หรือญาติพี่น้องใกล้ชิดอยากให้เรียนต่อ (ในสถานศึกษา) ให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ พร้อมกับเงื่อนไขต่างต่างรอบตัว. บางคนบอกข้าพเจ้าว่าพ่อ, และแม่จะได้มีเรื่องไปคุยกับเพื่อนในสังคมต่างต่างของเขา. บางคนบอกข้าพเจ้าว่าพ่อ, และแม่หวังให้ลูกได้รับโอกาสต่างต่างจากสังคมเท่าที่จะได้รับจากการศึกษาสูงสุด, ที่ได้รับ. บางคนบอกข้าพเจ้าว่าเรียนไปก่อน, ถ้ายังหางานไม่ได้. บางคนบอกข้าพเจ้าว่าเรียนต่อเพื่อที่จะได้รับเข้าทำงาน, ระดับการศึกษาขณะนี้ไม่เพียงพอ. บางคนบอกข้าพเจ้าว่าเรียนต่อ เพราะสังคมไทยดูเพียงใบปริญญา. บางคนบอกข้าพเจ้าว่าเรียนสูงสูง, พ่อ, และแม่จะได้ภาคภูมิใจ. บางคนบอกข้าพเจ้าว่าเรียนต่อเพื่อเงินเดือนที่สูงขึ้นเมื่อกลับมาทำงานภายใต้ที่ตั้งบ้านเกิด. บางคนบอกข้าพเจ้าว่าเรียนไปเหอะ, จะได้รับการชุบตัว, หรือในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่าการคัดสรรรันทด (Adverse selection) -ช่างรันทดเสียจริงจริง, สังคมไทย. และคงมีอีกหลายคนที่ยังคงบอกเรื่องราวต่างต่างเหล่านี้กับตนเอง, หรือไม่ก็คนรอบข้างที่รับฟังความเห็นคุณ (อย่างเต็มใจ, พึงพอใจ, ไม่ประสงค์).
หากจุดประสงค์ของการศึกษาต่อของแต่ละปัจเจกบุคคลยังให้น้ำหนักอยู่ที่ปัจจัยข้างต้นเหล่านี้, ในขณะเดียวกันนั้นนำหนักที่มีต่อจุดประสงค์ต่อการศึกษาต่อในสถานศึกษาอย่างแท้จริงกลับน้อย- อย่างน้อยที่สุดผู้ศึกษาไม่ได้คาดหวังว่าการได้รับใบปริญญาเป็นหน้าที่หลักของการศึกษา, หากเป็นเงื่อนไขที่ได้รับจากการศึกษาเพื่อยืนยัน, ให้ความเชื่อมั่น, และให้เข้าใจ ถึงสิ่งที่รับรู้และเรียนรู้ตลอดระหว่างทางของการศึกษา-, ปัจเจกบุคคลนั้นไม่สามารถก้าวข้ามกรอบความคิดของด้อยอารยะชนอย่างหลีกหนีได้.
ทางก้าวข้ามกรอบความคิดสู่เหนืออารยะชน (พร้อมทั้งนาม และรูป).
จงเชื่อมั่นในตนเอง. จงเชื่อมั่นในชนเอง.
จงคาดหวังในตนเอง. จงคาดหวังในชนเอง.
จงลดความหวังต่อตนอื่น. จงลดความหวังต่อชนต่างชาติ.
จงเพิ่มความหวังต่อทุน (ทรัพยากรสังคม, เศรษฐกิจ, และการเมือง) ของชนต่างชาติ.
จงดูดซับทุนของชนต่างชาติ. จงลดการรับทุนเรี่ยร่ายรายทางของชนต่างชาติ.
อ้างอิง
The BBC programme revealed the assessment by Rumbold, who served in Bangkok from 1965 to 1967, delivered in a final dispatch to the foreign office in London before leaving his post.
Until the foreign office ended the tradition in 2006, departing British ambassadors would give valedictory summaries of their host nation upon leaving the post. The missives were meant to stay confidential. But the BBC used Freedom of Information legislation to obtain brutally frank dispatches from ambassadors for its radio series “Parting Shots”. Others were released under a 30-year National Archive rule.
คุณลักษณะของเหนืออารยะชนมีความคาดหวังในตนเองเป็นส่วนใหญ่;
รักความเสี่ยง.
ทะเยอะทะยาน.
ใคร่รู้ ค้นหา ริเริ่มด้วยตนเอง.
การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ดี และตอบสนองต่อ.
แข่งขัน ดูถูก.
เคารพกติกา มีวินัย.
มีเหตุผลที่ซับซ้อนต่อเนื่อง.
เป็นต้น.
คุณลักษณะของด้อยอารยะชนมีความคาดหวังในตนอื่นเป็นส่วนใหญ่;
เกลียดความเสี่ยง หรือไม่รู้สึก.
ทะเยอะทะยานในกรอบที่แคบ.
ใคร่รู้ ไม่ค่อยจะค้นหา ไม่ค่อยจะริเริ่ม ชอบรับมา ชอบคัดลอก.
การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ไม่ดี หรือดีสำหรับบางส่วน และไม่ค่อยจะตอบสนองต่อ.
ไม่แข่งขัน ไม่ชอบดูถูก รักศักดิ์ศรี.
ไม่เคารพกติกา ไม่มีวินัย (ปากบอกว่ามีกติกา).
มีเหตุผลที่จำกัด.
เป็นต้น.
English man, who have stayed in Thailand, expressed his attitude toward a controversial letter as follow;
So I’ve finally had time to peruse that controversial letter from Sir Anthony Rumbold to his successor at the British Embassy in Bangkok, and what a remarkable letter it is!
There are two particularly striking aspects of the letter. The first is its tone. If anybody ever asked me for an example of the stereotype English attitude and approach towards not only Thais but foreigners in general, I would show them this letter. Its attitude is both arrogant yet accurate, somewhat dismissive but good natured, comical yet deep. The letter was penned during a time when Britain’s fall from prominence was in process but not yet complete and that status shines through in Sir Rumbold’s tone, yet I believe most English people would take a fairly similar tone to this day. The recent statement by Queintin Quayle was a necessary PR move.
The second striking aspect of the letter is just how accurate it is. Over forty years after it was produced, I’d say about seventy or eighty percent of its observations remain true to this day, almost to the point of being comically static.
The attitude of “peasants” towards Bangkokians, Thailand’s attitude towards foreign military operations, the despair felt by ex-patriots when trying to understand certain parts of Thai culture, the education system and more are summarised very well today by that letter forty years ago.
Although the outgoing ambassador was thinking in context of the Vietnam War, I do believe that his observations on Thai attitudes towards China are still partly true, despite the end of the war and the collapse of Communism.
Even when prediciting, Sir Rumbold was often on target. It was not hard to guess that Bangkok’s population growth would make the city uglier, but Rumbold was correct in observing that many Thais would continue to behave in traditional ways despite the urban explosion going on around them.
But the black comedy in the letter must surely come from his commentary on Thai politics. The ambassador’s talk of dictators and constitutional drafting assemblies surely need no further observations on heir relevance to this present day.
But it’s not all negative, the ambassador was equally accurate in his praise for the Thai people in the warmth, friendliness, acceptance of foreigners, love of fun and ability to enjoy and endure.
In all, it’s an interesting letter that probably would never have been allowed to be penned today in the British age of political correctness. The Englishman in me finds the letter most interesting, and comforting in some bizarre way. But as someone who has ties and affections towards Thailand, there is sadness both in the amount of truth in the letter and the clearly lack of progress that has been made since. I can only wonder what a Thai would make of the ambassador’s observations.
refer to http://blog.nationmultimedia.com/reallifethailand/2009/11/08/entry-1
Poker is better !!!Its world wide.